Sunday, 28 November 2021

ข้าวกำลังจะหมด เนื้อกำลังจะไม่มี – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

27 Apr 2020
282


ข้าวกำลังจะหมด เนื้อกำลังจะไม่มี

วันที่ 27 เม.ย. 2563 เวลา 20:57 น.

คลังข้าวสาลีของบางประเทศอาจเหลือไม่ถึงเดือนและเนื้อสัตว์ในสหรัฐอาจไม่พอป้อนคนในประเทศ

ในขณะที่ทุกอย่างในโลกนี้หยุดนิ่ง งานบางอย่างสามารถทำที่บ้านได้ แต่บางอยางทำไม่ได้ เช่นการเพาะปลูกอาหาร ขณะที่ความต้องการสินค้าบางอย่างลดลงจนมาก เช่น น้ำมัน แต่บางอย่างที่จำเป็นกว่า เช่น อาหารกำลังจะขาดแคลน

ความขาดแคลนที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นในทวีปแอฟริกาเหมือนที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ (เมื่อความอดอยากอาจฆ่าคนก่อนโคโรนาไวรัส ไทยจะทำอย่างไร?) แต่กำลังเกิดขึ้นกับโลกตะวันตก เพราะข้าวสาลี อันเป็นอาหารหลักของชาวตะวันตกและเนื้อสัตว์ที่เป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ของพวกเขากำลังร่อยหรอลงไป

ข้าวสาลีกำลังจะขาด

เมื่อ 5 ปีก่อนประเทศผู้ผลิตข้าวสาลีหลายแห่งมีฤดูการเพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ จากฤดูเพาะปลูกที่ดีเมื่อ 5 ปีก่อนทำให้คาดว่าสต็อกข้าวสาลีทั่วโลกจะแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 273 ล้านตันในช่วงต้นฤดูกาลการตลาดข้าวปี 2562/63 ตามการคาดการณ์ของกระทรวงเกษตรของสหรัฐ

แต่ล่าสุดประเทศเหล่านี้เผชิญกับฤดูร้อนที่แห้งแล้งและร้อนจัดทำให้การเพาะปลูกได้ผลน้อย จนต้องดึงคลังข้าวสำรองอกมาใช้ จนคลังของผู้ส่งออกรายใหญ่ลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2550/51 ซึ่งในตอนนั้นปริมาณข้าวที่ขาดแคลนทำให้เกิดการจลาจลอาหารทั่วแอฟริกาและเอเชีย ประจวบเหมาะกับที่โลกเกิดวิกฤตการเงินพอดิบพอดี

ภาวะแห้งแล้งโจมตียุโรป

ความแห้งแล้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิแถบอู่ข้าวอู่น้ำชายฝั่งทะเลดำของรัสเซียและยูเครน ติดตามมาด้วยคลื่นความร้อนทั่วสหภาพยุโรปส่งผลให้การผลิตอาหารลดลง

และเพราะความแห้งแล้ง ทำให้คาดการณ์ว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 28 ประเทศต้องลดตัวเลขคาดการณ์การผลิตข้าวสาลีลงหลายครั้ง โดยเยอรมนีมีผลผลิตธัญพืชต่ำสุดในรอบ 24 ปีเนื่องจากอุณหภูมิฤดูร้อนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในปี 1881

รัสเซียจะตุนเพื่อปกป้องตัวเอง

อาจเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษที่รัสเซีย ในฐานะผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดในโลกอาจจะจำกัดการส่งออกตลอดเดือนมิถุนายนเพื่อปกป้องตลาดของตัวเองเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความมั่นคงด้านอาหารทั่วโลก

มีรายงานว่ารัสเซียจะไม่ส่งออกข้าวให้ประเทศใดยกเว้นอดีตประเทศสหภาพโซเวียต 4 ประเทศ ทำให้ประเทศต่างๆ ต้องรีบนำเข้าข้าวสาลีจากรัสเซียให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะมีการประกาศระงับการส่งออก

ไม่มีข้าวประชาชนจะก่อหวอด

รัสเซียเคยห้ามการส่งออกในปี 2553 หลังจากภัยแล้งทำลายพืชผล การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลีพุ่งพรวด และนักวิเคราะห์บางคนมองว่าการระงับการส่งอกข้าวของรัสเซียมีส่วนทำให้เกิดการลุกฮือของชาวอาหรับในช่วงเวลานั้น หรือ “อาหรับ สปริงส์”

ในตอนนี้ทั้งตุรกีไปจนถึงอียิปต์ต่างรีบที่จะตุนข้าวสาลีจากรัสเซียให้มากที่สุด โดยเฉพาะอียปิต์ที่เคยเกิดความวุ่นวายทางการเมืองลากยาวหลายปีนับตั้งแต่เกิดอาหรับ สปริงส์

และอย่างที่เอ่ยไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเกิดความขาดแคลนในปี 2550/51 ทำให้เกิดการจลาจลอาหารทั่วแอฟริกาและเอเชีย 

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในช่วงปลายฤดูผู้ส่งออกหลัก 8 รายจะเหลือสัดส่วนข้าวสาลีแค่ 20% ในตลาดโลก รองรับความต้องการได้เพียง 26 วัน

สาเหตุเพราะจีนตุนข้าวเอาไว้

ดังนั้น ไม่ใช่เพราะข้าวสาลีมีไม่พอเท่านั้น แต่ประเทศที่ปลูกมันไม่ยอมปล่อยออกมา ปัญหาคือข้าวสาลีเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในประเทศจีน ซึ่งไม่มีแนวโน้มว่าจีนจะปล่อยข้าวออกสู่ตลาดโลก

กระทรวงเกษตรของสหรัฐคาดการณ์ว่าจีนซึ่งบริโภคข้าวสาลี 16% ของโลกตุนข้าวสาลีไว้ 46% ในช่วงต้นฤดูกาลซึ่งจะเริ่มขึ้นในตอนนี้ และหลังจากจะปิดตลาดแล้วจีนจะตุนข้าวสาลีเอาไว้มากกว่าครึ่งหนึ่ง

คาดว่าจีนเก็บข้าวสาลีอยู่ที่ 126.8 ล้านตันเพิ่มขึ้น 135% จาก 54 ล้านตันเมื่อห้าปีก่อน

สหรัฐอาจรอดวิกฤตข้าวสาลี

สหรัฐไม่รอดภัยแล้งเหมือนประเทศอื่นๆ แต่ก็ถือว่าอยู่ในฐานะที่ดีที่สุดที่จะใช้ประโยชน์จากความขาดแคลนข้าวสาลีทั่วโลกเนื่องจากมีสต็อกข้าวปริมาณมากกว่าคู่แข่งผู้ส่งออกและผลผลิตที่เพิ่มขึ้น

แนวโน้มดังกล่าวช่วยให้แบ่งเบาความลำบากของเกษตรกรในสหรัฐที่ต้องเผชิญกับผลของสงครามการค้ากับจีน โดยลูกค้าข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐคือเม็กซิโกและญี่ปุ่น

แต่สหรัฐไม่รอดวิกฤตขาดเนื้อ

สหรัฐไม่ขาดข้าวแต่กำลังขาดเนื้อ ตอนนี้เกิดปัญหาการปิดโรงงานผลิตเนื้อ เนื่องจากการระบาดของโรคโคโรนาไวรัสที่แพร่กระจายไปยังซัพพลายเออร์เนื้อทั่วประเทศสหรัฐและประเทสอื่นๆ ในทวีปอเมริกา

เกือบหนึ่งในสามของกำลังการผลิตเนื้อหมูของสหรัฐลดลง โรงงานไก่ขนาดใหญ่แห่งแรกปิดทำการเมื่อวันศุกร์ เช่นเดียวกับ Smithfield Foods Inc. ผู้ผลิตเนื้อหมูอันดับหนึ่งของโลกที่บอกว่าจะปิดโรงงานอีกแห่งหนึ่ง และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์จะเกิดการขาดแคลนในประเทศ

ประเทศบราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกไก่และเนื้อวัวอันดับหนึ่งของโลกต้องปิดโรงงานครั้งใหญ่ครั้งแรก โดยสั่งหยุดโรงงานสัตว์ปีกของ JBS SA บริษัทเนื้อสัตว์รายใหญ่ที่สุดของโลก นอกจากนี้โรงงานแปรรูปสัตว์ปีกที่สำคัญในมณฑลบริติชโคลัมเบียประเทศแคนาดาก็เพิ่งจะปิดตัวเช่นกัน

มันอาจจะลามไปทั่วโลก

แม้ว่าโรงงานหลายร้อยแห่งในทวีปอเมริกายังคงเปิดทำงานอยู่ แต่เกิดภาวะชะงักงันในด้านการผลิตจนกหวั่นเกรงกันว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนทั่วโลก เพราะสหรัฐ บราซิลและแคนาดามีสัดส่วนการค้าเนื้อสัตว์ในตลาดโลกประมาณ 65%

Photo by Narinder NANU / AFP