Thursday, 21 October 2021

คนจีนทุ่มลงทุนอสังหาฯ หวังฟันกำไรสุดท้ายได้หนี้มาแทน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

21 Sep 2021
28


คนจีนทุ่มลงทุนอสังหาฯ หวังฟันกำไรสุดท้ายได้หนี้มาแทน

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 18:40 น.

วิกฤตหนี้ของ Evergrande ทำนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์จีนสูญเงินก้อนโต

ในปีที่สิ้นสุดในเดือน มิ.ย. 2020 มีเม็ดเงินกว่า 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐถูกนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในจีน และปัจจุบันนี้อสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนถึง 29% ของจีดีพีของจีน และสินทรัพย์ของครอบครัวคนจีนมากกว่า 70% อยู่ในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์ ในแต่ละปีมีการสร้างบ้านราว 15 ล้านหลัง มากกว่าของสหรัฐและยุโรปรวมกันถึง 5 เท่า

ขณะที่ข้อมูลของธนาคารแห่งชาติจีนพบว่า การกู้เงินซื้ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 27% ของเงินกู้ทั้งหมด จากที่มีสัดส่วนน้อยกว่า 20% เมื่อกว่า 10 ปีก่อน แต่ กัวซู่ชิง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการธนาคารและการประกันภัยแห่งประเทศจีนบอกไว้เมื่อปีที่แล้วว่า เงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนถึง 39% หรือ 70 ล้านล้านหยวน

ทำไมชาวจีนถึงหันมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กันอย่างหนัก

ชาวจีนส่วนใหญ่มองว่าอสังหาริมทรัพย์คือการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด เนื่องจากมีแนวคิดว่าพรรคคอมมิวนิสต์จะไม่ยอมให้ราคาบ้านลดลง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้แหล่งความมั่งคั่งของชาวจีนหายไปและอาจทำให้เกิดความไม่พอใจ บวกกับความเชื่อที่ว่าจะต้องมีบ้านเป็นของตัวเองก่อนแต่งงาน และดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่น้อยกว่าการเฟ้อของค่าเงิน ทำให้ชาวจีนหันมาลงทุนซื้อบ้านกันมากขึ้น

หลังจากปี 2007-2008 เป็นต้นมาคนจีนส่วนใหญ่เปลี่ยนผ่านจากการฝากเงินในธนาคาร ไปสู่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่นับวันเริ่มที่จะร้อนแรงมากขึ้น และในรอบ 40 ปีที่ผ่านมาราคาอสังหาริมทรัพย์ในจีนมีแต่เพิ่มไม่มีลง ทำให้ชาวจีนมีความเชื่อมั่นในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

ข้อมูลจาก Wangyi Fangchan พบว่า ราคาเฉลี่ยของอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่ๆ ของจีนเติบโตแบบก้าวกระโดดในรอบ 10 ปี เช่น ในกรุงปักกิ่ง ปี 2018 อยู่ที่ตารางเมตรละ 12,479 หยวน แต่ในปี 2018 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 62,957 หยวน, เมืองเซินเจิ้นปี 2018 อยู่ที่ตารางเมตรละ 10,987 หยวน แต่ในปี 2018 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 54,689 หยวน

ล่าสุดข้อมูลจาก Reuters ที่คำนวณจากข้อมูลของรัฐบาลจีนพบว่า ปีที่แล้วในระดับประเทศราคาบ้านยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยตัวเลขราคาบ้านใน 70 เมืองใหญ่ของจีนพุ่งขึ้นเฉลี่ย 4.9%

การมีบ้านในเมืองสำคัญอย่างกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เซินเจิ้นถือเป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับคนวัยหนุ่มสาวไม่ว่าจะทำงานอะไรหรือเงินเดือนสูงเพียงใดก็ตาม และท้ายที่สุดคนกลุ่มนี้ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือทางการเงินจากครอบครัวหรือญาติพี่น้องสำหรับการมีบ้านเป็นของตัวเอง

ยกตัวอย่างการมีบ้านในเมืองเซินเจิ้นที่ถูกขนานนามว่าเป็นซิลิคอนวัลเลย์แห่งเมืองจีน การบูมของอสังหาริมทรัพย์ดันให้ราคาที่พักอาศัยในเมืองนี้สูงขึ้นจนเกินเอื้อมสำหรับชาวจีนหลายคน และทำให้เซินเจิ้นกลายเป็นเมืองที่อัตราการมีบ้านเป็นของตัวเองต่ำที่สุดในประเทศ โดยราคาเฉลี่ยของอพาร์ทเม้นต์ 2 ห้องนอนอยู่ที่ 900,000 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ชาวเมืองรายได้เฉลี่ยต่อหัวเฉลี่ยเพียง 20,000 เหรียญสหรัฐ

ด้วยราคาอพาร์ทเม้นต์ที่สูงกว่าเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของชาวเมืองถึง 43.5 เท่า ความสามารถในการซื้อที่พักอาศัยของเซินเจิ้นต่ำเป็นอันดับ 2 รองจากฮ่องกงเท่านั้นจากข้อมูลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ E-House (China) Enterprise Holdings ส่งผลให้ชาวเมืองเซินเจิ้นที่มีอพาร์ทเม้นต์ของตัวเองเพียง 1 ใน 3 ซึ่งไม่ถึงครึ่งของเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ และต่ำกว่าตัวเลขของซานฟรานซิสโกและซีแอตเทิลของสหรัฐที่ขึ้นชื่อเรื่องอสังหาริมทรัพย์ราคาสูง

การเติบโตที่รวดเร็วเกินไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง ทั้งเงินเฟ้อ ความเหลื่อมล้ำในสังคมที่ทวีคูณ และความเสี่ยงของการเกิดฟองสบู่แตก ทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลจีนออกมาตรการร้อยแปดมายับยั้งพฤติกรรมการเก็งกำไรบ้านของคนจีน

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ถึงกับต้องเน้นย้ำว่า “บ้านมีไว้อยู่ ไม่ได้มีไว้เก็งกำไร” และเริ่มออกมาตรการปราบปรามการเก็งกำไรของชาวจีน

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้นักลงทุนถอย เห็นได้จากหลายคนที่ออกมาประท้วงที่สำนักงานใหญ่ของ Evergrande ในเมืองเซินเจิ้นเพื่อเรียกร้องเงินลงทุนคืนจากบริษัท หลังจาก Evergrande ส่งสัญญาณว่าอาจไม่สามารถชำระหนี้คืนเจ้าหนี้ได้