Friday, 3 December 2021

ความลับบนเกาะแห่งความตาย หนึ่งล้านร่างไร้วิญญาณถูกฝังไว้ที่นี่ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

15 Apr 2020
359


ความลับบนเกาะแห่งความตาย หนึ่งล้านร่างไร้วิญญาณถูกฝังไว้ที่นี่

วันที่ 14 เม.ย. 2563 เวลา 22:21 น.

ที่พักสุดท้ายเหยื่อโควิดในนิวยอร์กและศพไร้ญาติอีกนับล้านราย

หลายคนคงจะได้ยินข่าวมาบ้างแล้วว่า ทางการนครนิวยอร์กได้นำร่างผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ไม่มีญาติมายืนยันตัวตน ไปฝังไว้ในหลุมศพหมู่ที่ไม่มีป้ายบอกแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามบนเกาะฮาร์ต (Hart Island)

น้อยคนที่จะรู้ว่าเกาะฮาร์ตเป็นสุสานสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐ บนเกาะที่มีขนาดเพียง 332 ไร่ในเขตบรองซ์ เบื้องล่างนั้นมีศพถูกฝังอยู่มากกว่า 1 ล้านร่าง

สภาพของเกาะในเวลานี้เต็มไปด้วยตึกร้างกระจัดกระจายในสภาพชวนขนหัวลุก เพราะมันเคยเป็นทั้งโรงพยาบาลประสาท คุกนักโทษสงคราม และสถานกักกันโรคมาก่อน

เกาะฮาร์ตถูกใช้เป็นสถานีกักกันโรคระหว่างการแพร่ระบาดไข้เหลืองในปี 1870 ในช่วงเวลาดังกล่าวเกาะแห่งนี้ยังมีโรงพยาบาลจิตเวชสตรี และที่พักคนไข้วัณโรค จะเห็นได้ว่าเกาะเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศของความหดหู่ ความเจ็บป่วย และความตาย

ภาพถ่ายทางอากาศของเกาะฮาร์ต ภาพโดย Bjoertvedt

มันยังถูกใช้เป็นสถานดัดสันดานของเยาวชนและคุกของผู้ใหญ่ เป็นคุกของกองทัพ และสถานบำบัดผู้ติดสุราและยาเสพติด รวมถึงที่พักของคนไร้บ้าน และยังมีพื้นที่บางส่วนเป็นสวนสนุก

แต่เป็นสวนสนุกของคนผิวดำซึ่งในยุคนั้นยังถูกกีดกันและเหยียดศักดิ์ศรีแม้ว่ามันจะเป็นสวนสนุกที่อุตส่าห์ยกมาตั้งบนเกาะห่างไกลตัวเมืองที่มีบรรยากาศน่าหวาดกลัว แต่ทางการก็ยังหาเรื่องเล่นงานสวนสนุกของคนผิวดำ และสั่งยึดที่ดินในปี 1925 อ้างว่าใกล้กับโรงพยาบาลและเรือนจำมากเกินไป

ในช่วงทศวรรษที่ 80 เกาะฮาร์ตถูกทิ้งให้ร้าง แต่มันกลายเป็นสุสานแบบเต็มตัว ที่นี่จึงกลายเป็นบ้านของคนตายอย่างถาวร และ “คนเป็น” จากภายนอกห้ามเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่เราจะมองไม่เห็นหลุมศพหมู่ของคนอนาถาในนิวยอร์กที่ถูกนำร่างมาฝากไว้ที่นี่ เพราะมันไม่มีพูนดินที่บอกว่าเป็นหลุมศพ ป้ายบอกชื่อ หรือแม้แต่ไม้กางเขน

“นิวยอร์กเป็นเมืองที่มีวิธีการจัดการกับศพไม่มีญาติที่ไม่เหมือนใครในบรรดาเมืองอเมริกันทั้งหมด: นำไปฝังบนเกาะโดดเดี่ยวไม่ ห้ามสาธารณชนไม่ให้เข้าไป ฝังศพโดยนักโทษ ในหลุมฝังศพที่แออัด ทั้งกว้างและลึก บนเกาะฮาร์ตนั้น ราวกับว่าคนตายได้อันตรธานหายไป” – Nina Bernstein,  New York Times 

David Dee Delgado/Getty Images/AFP

เกาะฮาร์ตเริ่มถูกใช้เป็นสุสานตั้งแต่ใช้เป็นสถานกักกันนักโทษสงครามฝ่ายใต้ในช่วงสงครามกลางเมือง ศพแรกที่ถูกฝังที่นี่คือทหารฝ่ายใต้ 20 นายที่ตายไประหว่างถูกจองจำ หลังจานั้นนครนิวยอร์กก็ซื้อเกาะแห่งนี้มาใช้ประโยชน์ และเห็นว่ามันเหมาะที่จะใช้ฝังศพคนตายและศพแรกก็ถูกฝังในสุสานของรัฐในปี 1869

แต่มันไม่ได้มีแค่สุสานของคนมีชื่อมันยังมีสุสานของคนที่ถูกลืมชื่อด้วย ทั้งหมดถูกฝังไว้ในหลุมรวม (ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า Potter’s Field หมายถึงหลุมศพของคนจน) ตั้งแต่ปี 1869 จนถึงปี 1958 มีศพฝังไว้บนเกาะแห่งนี้ถึง 500,000 ร่าง

จากวันนั้นจนถึงวันนี้จำนวน 500,000 เพิ่มเป็นจำนวนกว่า 1 ล้านร่าง ทำให้สุสานไร้ญาติบนเกาะฮาร์ตมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

แม้ว่าศพไร้ญาติจะถูกญาติตามหาจนพบในที่สุด แต่ไม่ใช่เรื่อง่ายที่ญาติๆ จะเดินทางมาที่เกาะเพื่อไว้อาลัย พวกเขาต้องทำเรื่องขออนุญาตที่ยุ่งยากและเมื่อมาถึงแล้วยังไปเดินเล่นตามใจชอบไม่ได้

เมื่อพวกเขาไปถึงเกาะ … ผู้ร่วมไว้อาลัยคนอื่นๆ ถูกบังคับให้อยู่ที่ศาลาความกว้าง 8 ฟุตยาว 10 ฟุตใกล้ท่าเรือซึ่งไม่สามารถมองเห็นหลุมฝังศพของคนที่พวกเขารัก ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพและอยู่ในความดูแลตลอดเวลา “เหมือนกับว่าเรากำลังไปเยี่ยมนักโทษในเรือนจำ …แต่นั่นคือสิ่งที่เกาะฮาร์ตเป็น มันคือคุกสำหรับคนตาย” – Guardian 

Photo by Don EMMERT / AFP

ในปี 1985 ในช่วงที่โรคเอดส์เพิ่งจะระบาดและผู้คนยังไม่รู้จักมันดีนัก ศพของผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ 16 คนถูกฝังไง้ที่ปลายสุดทางใต้ของเกาะฮาร์ตห่างจากศพอื่นๆ เพราะในเวลานั้นยังเชื่อกันว่าศพของผู้ป่วยโรคเอดส์จะปนเปื้อนซากศพอื่นๆ ให้ติดโรคไปด้วย นับแต่นั้นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากโรคเอดส์หลายพันคนถูกฝังอยู่บนเกาะฮาร์ต แต่ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน

สิ่งที่เราทราบก็คือในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์มากกว่า 100,000 คนในนิวยอร์กคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ทั่วประเทศในช่วงเวลาเดียวกัน

ในบรรดาศพของผู้ป่วยโรคเอดส์บนเกาะนี้ มีศพหนึ่งไม่ถูกทิ้งให้ลืม มันถูกทำสัญลักษณ์ SC (เด็กพิเศษ) และ B1 (เด็กหมายเลข 1) เพื่อบอกไว้ว่านี่คือศพของเด็กคนแรกที่ตายเพราะโรคเอดส์ในปี 1985

“ศพส่วนใหญ่ถูกฝังโดยนักโทษจากเกาะไรเกอร์ (Rikers Island) ซึ่งมีรายได้ 50 เซนต์ต่อชั่วโมงจากการขุดหลุมฝังศพและวางโลงไม้ธรรมดาๆ ในหลุมฝังรวมสำหรับผู้ใหญ่ 150 คนและทารก 1,000 คน ผู้ต้องขังเหล่านี้ …  ทำหน้าที่สร้างอนุสรณ์รำลึกเพียงอย่างเดียวบนเกาะฮาร์ต: ไม้กางเขนทำด้วยมือจากกิ่งไม้และผลไม้และขนมเล็กๆ ทิ้งไว้ข้างให้คนตายเมื่อหลุมศพเสร็จสิ้น” – Gizmodo

ภาพถ่ายทางอากาศของเกาะฮาร์ต ภาพโดย Doc Searls

ที่น่าสะเทือนใจก็คือ หนึ่งในสามของศพของที่นำมาฝังทุกๆ ปีคือทารกและทารกที่ตายในครรภ์ซึ่งในทศวรรษก่อนมีอัตราการตายสูงมากในสหรัฐเพราะระบอบสุขภาพไม่ครอบคลุม แต่ตัวเลขเด็กตายลดลงจากสัดส่วนครึ่งหนึ่งหลังจากโครงการประกันสุขภาพของเด็กเริ่มครอบคลุมสตรีมีครรภ์ทั้งหมดในรัฐนิวยอร์กในปี 1997

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานของความล้มเหลวของสวัสดิภาพประชาชนในสหรัฐ ประเทศพัฒนาแล้วที่มีระบบสาธารณสุขที่เลวร้ายที่สุด

นับตั้งแต่เข้าสู่ทศวรรษที่ 2000 จำนวนศพไร้ญาติที่นำมาฝังไว้บนเกาะฮาร์ตเริ่มลดลงจนเหลือปีละ 1,500 ศพโดยเฉลี่ย

แต่ใครจะไปนึกว่าในยุคที่การแพทย์ก้าวหน้า นิวยอร์กยังต้องกลับมาอาศัยพื้นที่ของเกาะฮาร์ตมาฝังร่างศพไร้ญาติอีกครั้งเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19

ในระหว่างที่บทความนี้ถูกเขียนขึ้นยอดผู้เสียชีวิตในนิวยอร์กคนจะทะลุหลัก 10,000 รายแล้ว

ด้วยอัตราการเสียชีวิตที่รวดเร็วทำให้ห้องดับจิตไม่พอที่จะรองรับ และบริการทำศพแบกรับไม่ไหว

ภาพปกจาก  Museum of the City of New York