Saturday, 23 October 2021

ต่างประเทศทำอย่างไรเมื่อโรงงานระเบิดกลางเมือง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

05 Jul 2021
31


ต่างประเทศทำอย่างไรเมื่อโรงงานระเบิดกลางเมือง

วันที่ 05 ก.ค. 2564 เวลา 19:20 น.

หลายต่อหลายครั้งที่เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้จากสารเคมีในโรงงาน มาดูกันว่าแต่ละประเทศดำเนินการอย่างไร

เหตุระเบิดในเทียนจิน (2015)

เมื่อปี 2015 มีเหตุเพลิงไหม้บริเวณโกดังสินค้าในเขตปินไห่ นครเทียนจิน ประเทศจีนแต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไหม้ไว้ได้จึงเกิดเหตุระเบิดขึ้นถึง 2 ระลอกในเวลาห่างหันเพียงไม่กี่วินาที ข้อสรุปในปี 2016 ระบุว่าสาเหตุของเหตุระเบิดครั้งนี้เกิดจากไนโตรเซลลูโลสติดไฟ

ประกายไฟปะทุขึ้นไปในอากาศหลายร้อยเมตร ขณะที่ประชาชนรับรู้แรงระเบิดได้หลายกิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ ศูนย์เครือข่ายเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของจีนรายงานว่าการระเบิดระลอกแรกและระลอกที่ 2 มีขนาดเท่ากับระเบิดทีเอ็นทีขนาด 3 ตัน และ 21 ตัน ตามลำดับ

อาคารที่พักอาศัยโดยรอบรัศมี 2 กิโลเมตรรวมถึงสถานีรถไฟฟ้าได้รับความเสียหายไม่ว่าจะเป็นกระจกแตกกระจาย กระเบื้องหลังคาหลุด ฝ้าเพเดนพังกล่ม นอกจากนี้แรงระเบิดได้ทำลายอาคารของบริษัทขนส่งถึง 7 บริษัท ตลอดจนรถยนต์หลายพันคันบริเวณใกล้เคียง

ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 173 คน (ในจำนวนนี้มี 104 คนเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง) สูญหาย 8 คน และอีกอย่างน้อย 800 คนได้รับบาดเจ็บจากเพลิงไหม้และสะเก็ดระเบิด

ไม่เพียงแต่อันตรายจากแรงระเบิดเท่านั้น แต่ยังมีรายงานว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีโซเดียมไซยาไนด์เก็บไว้อย่างน้อย 700 ตัน ซึ่งพบการรั่วไหลของสารเคมีดังกล่าวบริเสณท่อระบายน้ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบก๊าซพิษอย่างซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ในระยะห่าง 500 เมตรรอบจุดเกิดเหตุ แต่ปริมาณของก๊าซไม่เกินระดับที่กำหนดไว้ตามมาตรฐาน

เช้าวันถัดมาหลังคืนวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอดจนเก็บกวาดซากความเสียหาย มีการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์และชีวเคมีลงพื้นที่มากกว่า 200 คน เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่ผู้อยู่อาศัยกว่า 3,500 หลังคาเรือนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว

รายงานของสื่อและโซเชียลมีเดียหลายแห่งถูกเซ็นเซอร์โดยทางการจีน อย่าง Weibo มีอัตราการเซ็นเซอร์เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าโดย “เทียนจิน” และ “ระเบิด” เป็นคำที่ถูกเซ็นเซอร์มากที่สุด ขณะที่มีการสั่งปิดเว็บไซต์ 18 เว็บไซต์และระงับอีก 32 เว็บไซต์ฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ตลอดจนนักข่าวถูกห้ามไม่ให้เข้าไปบันทึกภาพ

China Daily รายงานว่าครอบครัวของนักดับเพลิงที่เสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชย 2.3 ล้านหยวน และรัฐบาลวางแผนจะชดเชยประชาชนที่อาคารบ้านเรือนพังเสียหายด้วยการซื้อบ้านคืนในราคา 130% ของราคาซื้อ ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นเสนอที่จะให้เงินชดเชยเช่นกัน

โรงงานปุ๋ยรัฐเท็กซัสระเบิด (2013)

เมื่อปี 2013 เกิดการระเบิดของแอมโมเนียมไนเตรตที่สถานที่จัดเก็บและจำหน่ายของบริษัทปุ๋ยเวสต์ เฟอร์ติไรเซอร์ ในเมืองทางตะวันตกของมลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 15 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 160 ถึง 200 คน และอาคารกว่า 150 หลังพังเสียหายรวมถึงโรงเรียนและบ้านพักคนชรา ขณะที่บริษัทประกันระบุว่าโรงงานดังกล่าวได้รับความคุ้มครองเพียง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยกฎหมายของเท็กซัสอนุญาตให้สถานที่จัดเก็บปุ๋ยดำเนินการได้โดยไม่ต้องมีประกันใดๆ แม้ว่าจะเก็บวัสดุอันตรายก็ตาม

แรงระเบิดสามารถรับรู้ได้ไกลในรัศมีกว่า 20 กิโลเมตร ขณะที่ประชาชนกว่า 2 พันคนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้นานหลายชั่วโมง ด้านเจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่และมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงคนเจ็บ

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ในปี 2015 สภานิติบัญญัติเท็กซัสผ่านร่างกฎหมาย House Bill 942 เพื่อควบคุมการจัดเก็บและการตรวจสอบแอมโมเนียมไนเตรต ตลอดจนให้อำนาจคณะกรรมาธิการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเท็กซัสและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงท้องถิ่นบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าว ขณะที่เจ้าของโรงงานปุ๋ยถูกฟ้องร้อง

เหตุระเบิดโรงงานเคมีเซียงสุ่ย (2019)

หรือที่เรียกกันว่าเหตุระเบิด 3.21 ที่มณฑลเจียงซู ประเทศจีน โรงงานดังกล่าวดำเนินการโดย Tianjiayi Chemical ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของหยานเฉิง แหล่งข่าวบางแห่งรายงานว่าโรงงานแห่งนี้ผลิตสารเคมีอินทรีย์ รวมทั้งสารประกอบที่ติดไฟได้สูงบางชนิด

แรงระเบิดส่งผลให้เกิดไฟไหม้หลายครั้ง โดยเกิดเหตุระเบิดขึ้นเมื่อเวลา 14:48 น. และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้ในเวลาประมาณ 3.00 น. ขณะที่มีชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่ราว 4,000 คน

ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 78 คนและ ได้รับบาดเจ็บ 617 คนรวมถึงเด็กนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลในท้องถิ่น

Washington Post และ Financial Times รายงานว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเซ็นเซอร์ในอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นหลังเกิดเหตุระเบิด โดยบทความข่าวและข้อความบนโซเชียลมีเดียจำนวนมากถูกลบ Radio Free Asia ยังระบุว่ารัฐบาลสั่งห้ามสื่อต่างประเทศเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุและดำเนินการสัมภาษณ์กับโรงพยาบาล

ขณะที่ประธานาธิบดีสั่งให้เร่งสอบสวนหาสาเหตุและหาทางป้องกันภัยจากอุตสาหกรรมไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยรัฐบาลสัญญาว่าจะปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยและยกระดับการกำกับดูแลมากขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ผู้รับผิดชอบถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุระเบิดที่เบรุต (2020)

ปิดท้ายด้วยเหตุระเบิดครั้งใหญ่บริเวณท่าเรือเบรุต ประเทศเลบานอน อันเนื่องมาจากแอมโมเนียมไนเตรตประมาณ 2,750 ตัน รัศมีโดยรอบท่าเรือเกือบ 4 กิโลเมตรราบเป็นหน้ากลอง และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 10 กิโลเมตรได้ระบุว่าได้รับบาดเจ็บและผลกระทบจากแรงระเบิด

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 207 ราย บาดเจ็บมากกว่า 7,500 ราย และสูญหายอีกจำนวนมาก ขณะที่ผู้ว่าการเบรุตประมาณการณ์ว่ามีประชาชนกว่า 300,000 คนต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเนื่องจากแรงระเบิด ด้านรัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 2 สัปดาห์

เหตุระเบิดครั้งนี้ส่งผลให้การประท้วงใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศตั้งแต่ปี 2019 ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยมีผู้ประท้วงได้บุกเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศ และอาคารรัฐสภา เกิดการยิงปะทะกันจนมีผู้บาดเจ็บกว่า 238 คน มีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม

จนฮัสซัน ดิอับ นายกรัฐมนตรีเลบานอน ณ เวลานั้นประกาศลาออกจากตำแน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดครั้งใหญ่ของประเทศ หลังอยู่ในตำแหน่งได้ราว 7 เดือน ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งหมดต้องพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย แม้ว่าก่อนหน้านี้รัฐมนตรี 3 คน และสมาชิกสภาอีก 7 คนประกาศลาออกจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม

Photo by STR / AFP และ FILES / FRED DUFOUR / AFP