Thursday, 25 July 2024

ป้องกันดี มีวินัย ปลอดภัยทุกคน – โพสต์ทูเดย์ คอลัมนิสต์การเงิน-หุ้น

21 Dec 2020
157


ป้องกันดี มีวินัย ปลอดภัยทุกคน

วันที่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 09:44 น.

คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่ายๆ ตอนที่ 51/2563 โดย…สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการเครดิตบูโร

เมื่อวันที่ 19-20 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บ้านเรากำลังเข้าสู่โหมดเตรียมตัวเฉลิมฉลองการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่า 2563 สู่ปีใหม่ 2564 บนความคาดหวังว่าเครื่องมือที่จะมาต่อสู้กับโรคระบาดที่เรียกว่า วัคซีน จะมาทำให้ชีวิตได้กลับไปดำเนินแบบปกติเหมือนดังเดิม

มีบางครอบครัววางแผนไปท่องเที่ยว

มีบางกิจการวางแผนจัดงานปีใหม่

มีบางกิจการวางแผนจัด outing

มีบางกิจการกำลังคิดทำบุญบริษัท

มีกลุ่มสายบุญคิดเรื่องสวดมนต์ข้ามปี

มีกล่มคิดดีจะออกไปทำค่ายอาสาพัฒนา

มีกลุ่มคิดต่างทางการเมืองจะทำการชุมนุมแสดงออกทางสัญลักษณ์

และยังมีใครต่อใครคิดเรื่องการจัดกิจกรรมที่จะมีการรวมตัวของผู้คน เช่น ห้างสรรพสินค้าจัดงานเฉลิมฉลองพร้อมการขายของ ลานเบียร์กะว่าจะมีคนมาดื่มกินตามบรรยากาศเย็นๆ ร้านอาหารก็กะว่าคนจะมากินเลี้ยงกันคึกคักปลายปี

เหตุเพราะมนุษย์?เราเป็นสัตว์สังคม ไม่มีนิสัยอยู่แบบโดดเดี่ยว ชอบอยู่กันเป็นหมู่คณะ มีการดำเนินชีวิตแบบมีส่วนร่วมกัน หากแต่โรคภัยที่เข้ามา จะพบว่า มันมาขัดขวางการดำเนินชีวิต ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ แน่นอนว่าคำแนะนำ

1. อยู่ห่างๆ กัน

2. ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ

3. ใส่หน้ากากป้องกัน

แต่พอข่าวออกมาในช่วงวันหยุด ข่าวหยุดโลกของกรณีสมุทรสาคร บวกกับการโหมกระพือของสื่อบนออนไลน์ การกระจายของข่าวก็ออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่มีความวิตกกังวล ซึ่งกังวลว่า

1. มันเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในวงกว้าง

2. การแพร่กระจายจะเป็นอย่างไร

3. มาตรการที่ภาครัฐออกมาในระดับพื้นที่ จะส่งผลมาถึงความเป็นอยู่ในเมืองหลวงกี่มากน้อย

4. ครอบครัว กิจการ หน้าที่การงาน จะต้องเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมระดับสีแดงเหมือนตอนเมษายน อีกหรือไม่

5. แล้วปีหน้า เราจะไปกันอย่างไร ไอ้แผนที่วางไว้เดิมมันคงต้องเปลี่ยน เพราะสมมติฐานมันต้องใส่ปัจจัย โอกาสที่จะต้องเจอการระบาดเฟสสองเข้าไปในการเตรียมความพร้อมของแผนปีหน้าเริ่มมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

ผู้เขียนมีภาพหนึ่งที่ได้รับมา เป็นข้อมูลที่ดีมาก ในการแก้ไขความตื่นตระหนกให้กลับมาเป็นความตระหนักรู้ รู้ว่า “เพียงเราสวมหน้ากาก มันจะไม่ลำบากเท่าติดเชื้อ” หรือถ้าเราสามารถจัดให้มีระบบทำงานจากที่บ้านได้ (Work from Home) มันจะลดความเสี่ยงอะไรลงไปมากมาย ภาพที่ทำให้เราต้องตื่นรู้เกี่ยวกับการแพร่กระจายและการติดต่อ ตลอดจนแนวทางที่พี่ๆ ด้านสาธารณสุข?กำลังขับเคี่ยวกันนั้นจะทำให้เราๆ ท่านๆ รู้ว่าเราควรต้องทำตัวอย่างไร ดูภาพประกอบด้านล่างนะครับ

สิ่งสำคัญคือเราต้องประเมินตัวเรา ครอบครัวเรา คนรอบข้าง พนักงานกิจการเรา ว่ามีความเสี่ยงอยู่ในวงกลมที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 เหตุเพราะทางสาธารณสุข เขาใช้หลักการนี้ในการ ตรวจ การติดตาม การแยกแยะคัดกรอง การนำมากักตัว และการรักษาฟื้นฟู

ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ยามนี้เราต้องช่วยกันโดยเรียงลำดับความสำคัญดังนี้

1. ตั้งสติ สำรวจตรวจสอบตัวเองและคนใกล้ชิดว่าเตรียมความพร้อม และจัดให้มีข้าวของหรือมาตรการป้องกันตัวเองให้พอ

2. รับฟัง รับรู้สิ่งใดมา ไม่ต้องรีบแชร์ออกไป ดูให้ชัด เอาให้ชัดว่า ข่าวนั้นมีที่มา มีความน่าเชื่อถือประมาณไหน ไม่ต้องแข่งโอลิมปิกในการเป็นผู้นำสารที่รวดเร็ว ด้วยกลัวว่าตนเองจะไม่ได้รับคำชมในกลุ่มไลน์

3. ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เป็นทางการของคุณหมอ อย่าไปฟังเรื่องที่พวกนักการเมืองมาแถลง เชื่อพวกหมออย่าไปเชื่อพวกเขานะครับ

ผลกระทบทางธุรกิจ ทางเศรษฐกิจคงมีมาแน่ แม้เราจะมีโครงการคนละครึ่งมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายบางส่วน อย่าลืมว่าเรายังมีประเด็นปัญหา ค่าเงินบาทที่แข็ง เงินทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ การที่ SME ยังต้องการสภาพคล่องแต่ติดขัดที่ยังกระจายผ่านท่อที่วางแผนไว้มันตีบตัน ตัวเลขหนี้เสียมีเพิ่มแน่ ขอเพียงอย่าก้าวกระโดดแบบถล่มทลาย และปริมาณการปรับโครงสร้างหนี้มันทำได้อย่างมีพลัง ส่วนใหญ่คงจะรอดไปได้แม้จะเป็นแบบทุลักทุเลก็ตาม

มาตรการล้างมือ ใส่หน้ากาก จะหยุดเชื้อ หยุดเชื่อข่าวลือ จะช่วยชาติได้จริงๆ ป้องกันได้ดี มีวินัย ปลอดภัยทุกคนครับ

ขอขอบคุณ ที่ติดตามครับ