Thursday, 21 October 2021

ผบ.ตร.พร้อมรับม็อบ7ส.ค. ลั่นจับทุกรายที่ใช้ความรุนแรง ทำจนถึงที่สุด – โพสต์ทูเดย์ ข่าวการเมือง


ผบ.ตร.พร้อมรับม็อบ7ส.ค. ลั่นจับทุกรายที่ใช้ความรุนแรง ทำจนถึงที่สุด

วันที่ 05 ส.ค. 2564 เวลา 21:29 น.

ผบ.ตร.ประชุมเตรียมความพร้อมรับม็อบ 7 ส.ค.นี้ เผยผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงซ้ำๆจับทุกราย ลั่นทำจนถึงที่สุด เตือนให้คำนึงถึงความเสียหายชาติ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 64 เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ดูแลความมั่นคง พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ปฏิบัติราชการบช.น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดบช.ก. บช.ส. บช.สอท. ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการดูแลการชุมนุมของกลุ่มเคลื่อนไหวทาง การเมืองในวันที่ 7 ส.ค.ตามสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีกลุ่มเยาวชนปลดแอก Free Youth นัดหมายเริ่มเวลา 13.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เคลื่อนขบวนไปพระบรมหาราชวัง 2.กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายธนเดช หรือม่อน ศรีสงคราม นัดหมายยังไม่ทราบเวลา ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ จัดกิจกรรมในลักษณะ CarMob 2 ล้อ เคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า การประชุมดังกล่าวเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 7 ส.ค.นี้ โดยมีบช.น. เป็นหลักและมีฝ่ายสนับสนุน ที่อาจจะมีความจำเป็นที่ต้องใช้กำลังจากตำรวจต่างจังหวัดเข้าค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. 63 ที่ผ่านมา มีการชุมนุมในประเทศจนถึงปัจจุบัน 2,233 ครั้ง มีคดีที่เกี่ยวกับเฉพาะการชุมนุม 524 คดี กรณีดังกล่าวเป็นภาระที่บั่นทอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตำรวจไม่เคยบ่น เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำ และเป็นภาระของประเทศชาติในสภาวะที่บ้านเมืองยากลำบาก ประชาชนยากลำบากเรื่องของการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 อยากจะฝากว่าจะกระทำการอะไรอย่าได้ซ้ำเติมความเดือดร้อนความเสียหายสุดท้ายก็เกิดขึ้นกับประเทศชาติ สังคมโดยส่วนรวม ขอให้คิดให้ดี

“คนที่กระทำผิดซ้ำคดีทุกเรื่อง ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีทุกเรื่องไม่เคยปล่อยปละละเลย เมื่อถึงวันหนึ่ง แม้ว่าการดำเนินคดีจะช้าบ้างเร็วบ้าง ทุกคดีต้องมีผลลัพธ์ออกมา ขอให้ตระหนักถึงสิ่งที่ท่านทำมีผลกระทบอะไรบ้าง กรณีการชุมนุมที่จะถึงดังกล่าวก็มีการกล่าวพาดพิง มีการกล่าวถึงของประชาชนจำนวนมาก รู้สึกว่าถูกเหยียดหยาม ทำร้ายจิตใจ ทำลายความรู้สึกพูดพาดพิงถึงสถาบันซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวของคนในสังคม คนที่ทำไม่ว่าจะทำด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ก็ควรจะคิดว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง สิ่งที่จะตามมาต้องรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้ทุกอย่างที่มีตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย หลายครั้งที่ผ่านคนทำซ้ำก็ทำอยู่อย่างนั้น คนใช้ความรุนแรงก็ซ้ำๆ เราได้ใช้กฎหมายจริงๆ ไม่มีอะไรนอกเหนือกว่านั้น และทำจนกว่าจะถึงที่สุด ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นไปตามกระบวนการ ทุกครั้งหลายครั้ง หลังการปฏิบัติก็มีการกระทบกระทั่งความสูญเสียเกิดขึ้น ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด เมื่อกระทบกระทั่งแล้วยากที่จะควบคุม ใครคิดจะทำใครก็ต้องรับผิดชอบ ตำรวจจะทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นผู้รักษากติกาของคนในสังคม ประชาชนประเทศชาติยากลำบากอยู่แล้วขอให้ทบทวนใหม่ไม่ว่าเหตุใดก็แล้วแต่ ใครที่กลับใจเปลี่ยนใจได้ตนก็ขอบคุณ” ผบ.ตร. กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมดังกล่าวจะมีความรุนแรงมากน้อยอย่างไรนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า กรณีที่ผ่านมา การชุมนุมมีการใช้อาวุธ บางครั้งหลังจากเลิกการชุมนุมแล้ว ก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง แตกตัวเป็นกลุ่มย่อย เล็กบ้างใหญ่บ้างกระจัดกระจายไป ไปสร้างความเสียหายกับที่ต่างๆ ทำร้ายเจ้าหน้าที่บ้าง เผาทรัพย์สินบ้าง ลักษณะเหมือนคึกคะนอง เรื่องดังกล่าวตำรวจจะพยายามปราบโดยยุทธวิธีจัดการให้ได้ โดยเฉพาะกรณีที่จะไปทำลายสมบัติของแผ่นดิน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด ส่วนมาตรการดำเนินการนั้น มีแต่ไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของยุทธวิธี แต่ก็ปรับไปโดยเอาบทเรียนเก่ามาศึกษา รวมถึงการยั่วยุก็มีการสั่งกำชับการปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องตรวจสอบว่ามีการมาลักษณะรูปแบบใดปรับเปลี่ยนไปตามหน้างาน ส่วนของแกนนำที่ทีคดีติดตัวนั้น กรณีที่มีการดำเนินคดี 500 กว่าเรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีทุกเรื่อง คดีมีค้างอยู่เป็นจำนวนมากทั้งในชั้นศาล ทั้งชั้นอัยการ ทั้งที่เกิดขึ้นใหม่ ทางเจ้าหน้าที่พยายามดำเนินการให้เสร็จสิ้น ใครออกหมายจับได้ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับเพื่อดำเนินการจับกุมตัว บางรายพยานหลักฐานไม่เพียงพอก็พยายามรวบรวม

ส่วนกรณีแกนนำที่มีการออกมาชุมนุมมีคดีติดตัวจะดำเนินการจับกุมหรือไม่นั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวต้องตัดสินใจกันหน้างาน ส่วนกรณีการกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของผู้สื่อข่าวนั้น อยากให้ผู้สื่อประสานกับผู้คุมกำลังบริเวณที่ไป โดยต้องมีการแจ้ง ตนจะจัดเจ้าหน้าที่ทีมโฆษกเป็นผู้ประสานงาน เนื่องจากไปเองผู้คุมกำลังก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร ทั้งนี้เพื่อให้อยู่ในพื้นที่ที่สบายใจซึ่งกันและกัน ผู้สื่อข่าวทำหน้าที่ได้ในระดับหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำหน้าที่ในระดับหนึ่ง และควรหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต่อไป