Wednesday, 7 December 2022

มหาเศรษฐีจีนปากกล้าผู้ท้าทายสีจิ้นผิงเจอคุก 18 ปี – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

22 Sep 2020
84


มหาเศรษฐีจีนปากกล้าผู้ท้าทายสีจิ้นผิงเจอคุก 18 ปี

วันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลา 17:00 น.

เจ้าพ่ออสังหาฯ คนดังที่วิจารณ์สีจิ้นผิงถูกสั่งจำคุก 18 ปีในข้อหาคอร์รัปชั่น

ศาลประชาชนชั้นกลางในกรุงปักกิ่งของจีน พิพากษาให้จำคุก เริ่นจื้อเฉียง มหาเศรษฐีวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการวิจารณ์ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เป็นเวลา 18 ปี และปรับ 4.2 ล้านหยวนในข้อหาคอร์รัปชั่น ยักยอก และรับสินบน

เอกสารของศาลระบุว่าระหว่างปี 2003-2007 เริ่นใช้ประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ยักยอกเงินจากกองทุนสาธารณะรวมกว่า 49.74 ล้านหยวน และในช่วงเวลาเดียวกันยังรับสินบนกว่า 1.25 ล้านหยวน ใช้เงินกองทุนสาธารณะในทางมิชอบ 61.20 ล้านหยวน รวมทั้งใช้อำนาจในทางมิชอบในฐานะข้าราชการจนกิจการรัฐวิสาหกิจสูญเสียรายได้ 116.7 ล้านหยวน เพื่อให้ตัวเองได้รับเงินกว่า 19.41 ล้านหยวน

หลังศาลมีคำตัดสิน เริ่นระบุว่าจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว

มหาเศรษฐีรายนี้เป็นบุตรชายของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ รวมทั้งมีสายสัมพันธ์อันดีกับบุคคลระดับอีลิทของพรรคคอมมิวนิสต์

เริ่นเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงอย่างดุเดือดหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเขาติติงการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสของสีจิ้นผิง ซึ่งถูกเซ็นเซอร์จากโลกอินเทอร์เน็ตในจีน แต่มีการแชร์กันแพร่หลายนอกจีน

ต่อมาในเดือน มี.ค. ไม่นานหลังจากเผยแพร่บทความดังกล่าว คณะกรรมการด้านระเบียบวินัยของพรรคคอมมิวนิสต์จับกุมตัวเริ่นไปจากบ้านญาติในกรุงปักกิ่ง ก่อนจะนำเขาไปกักตัวไว้ที่เรือนจำในเมืองหมางซานในมณฑลเหอหนานราว 4 เดือน และเปิดการพิจารณาคดีในศาลเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวทางการทูตเผยว่า นักการทูตจากออสเตรเลีย สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐ ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดี

ด้าน ทนายความในกรุงปักกิ่งที่เชี่ยวชาญคดีคอร์รัปชั่นรายหนึ่งเผยว่า ระยะเวลาในการดำเนินคดีของมหาเศรษฐีรายนี้ค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับคดีคอร์รัปชั่นคดีอื่นๆ

“ปกติแล้วกว่าจะจะมีการสอบสวนคดีคอร์รัปชั่นแล้วเสร็จและเริ่มการพิจารณาในศาลต้องใช้เวลาหลายปี บางคดีต้องใช้เวลาถึง 4-5 ปี  แต่การสอบสวนคดีของเริ่นแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ชัดเจนว่าหลายอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วในคดีของเริ่น” ทนายความรายดังกล่าวระบุ

ทั้งนี้ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนมักจะโจมตีว่าสีจิ้นผิงและพรรคคอมมิวนิสต์ใช้ข้อหาคอร์รัปชั่นในการปิดปากฝ่ายตรงข้าม