Thursday, 25 July 2024

ราษฎรขอ3ทูตช่วยเกาะติดแกนนำถูกคุมขังไม่ได้ประกันคดีม.112 – โพสต์ทูเดย์ ข่าวการเมือง


ราษฎรขอ3ทูตช่วยเกาะติดแกนนำถูกคุมขังไม่ได้ประกันคดีม.112

วันที่ 30 เม.ย. 2564 เวลา 15:40 น.

“มายด์-แรปเตอร์”เข้ายื่นหนังสือ 3 สถานทูต ขอให้ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยและเข้าเยี่ยมแกนนำราษฎรถูกขังคดีม.112

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 นายสิรภพ อัตโตหิ หรือแรปเตอร์ และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือน้องมายด์ พร้อมด้วยตัวแทนจากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยและเครือข่าย เดินทางเข้ายื่นหนังสือ 3 สถานทูต ประกอบด้วย สถานทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตเยอรมัน และสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นจดหมายเรียกร้องให้ทั้ง 3 สถานทูตติดตามสถานการณ์และเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 และยังไม่ได้รับการประกันตัว โดยเฉพาะ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ซึ่งได้อดอาหารและมีอาการป่วยเกรงว่าจะไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม

นายสิรภพ กล่าวว่า ต้องการให้สถานทูตติดตามสถานการทางการเมืองและปัญหาของประเทศไทย ที่มีการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องได้รับสิทธิประกันตัวและออกมาต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากทั้ง 7 คน ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าเป็นผู้กระทำผิด จึงมองเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะ เพนกวินและรุ้ง ที่อดอาหารและมีอาการป่วยจึงอยากให้ตัวแทนสถานทูตได้เข้าเยี่ยมและได้เห็นด้วยสายตาตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้น

“ในวันนี้เรายื่นจดหมายมีเนื้อความว่า เราอยากให้สถานทูตฯได้ติดตามปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกคุมขังทางการเมืองอยู่ตอนนี้ โดนเนื้อความในจดหมายได้มีการแจ้งถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสภาพร่างกายของเพนกวินและรุ้ง ปนัสยา ที่วันนี้เพนกวิน อดอาหารเป็นวันที่ 45 และรุ้งครบ 1 เดือนเรียบร้อยแล้ว สภาพร่างกายในตอนนี้ก็ย่ำแย่ ในเนื้อความจดหมายนอกจากจะให้ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำตอนนี้ ด้วยกฎหมายตาม ม.112 และกฎหมายทางการเมืองต่างๆ ยังต้องการให้ท่านทูตได้ไปเยี่ยมเพื่อนของเราที่อยู่ในเรือนจำเพื่อจะได้ทราบสถานการณ์ที่เป็นความจริงด้วยสายตาของตัวท่านเอง” นายสิรภพ กล่าว

ด้าน น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ กล่าวว่า ในช่วงนี้รัฐบาลพยายามใช้สถานการณ์โควิด-19 ห้ามทำกิจกรรม ในการเรียกร้องการปล่อยตัว ยิ่งตอกย้ำให้นานาประเทศรู้ว่าเป็นการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออกที่สามารถทำได้ตามประชาธิปไตยอยู่แล้ว ซึ่งไม่มีใครสมควรโดนจับกุม เพราะเป็นการแสดงออกตามสิทธิและเสรีภาพ ส่วนที่เดินทางเข้ายื่นทั้ง 3 สถานทูตเนื่องจากทั้ง 3 ประเทศ เห็นแก่สิทธิมนุษย์ชนเป็นหลัก ตอนนี้ไม่สามารถพึ่งพาใครได้ และรัฐบาลไทยไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนที่ถูกจับกุม จึงอยากขยายความจริงให้ทั่วโลกและให้ดังอยู่ตลอดเวลา

น.ส.ภัสราวลี กล่าวอีกว่า เราไม่สามารถพึ่งพาใครได้ และรัฐบาลไทยเองไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับเพื่อนของเราที่อยู่ในเรือนจำ และประชาชนที่ถูกจับกุมคดีการเมือง เพราะฉะนั้นเราอยากขยายความจริงตรงนี้ให้ทั่วโลกได้รับรู้ และอยากให้ตัวแทนแต่ละประเทศได้เห็นด้วยสายตาตัวเอง เบื้องต้นคาดหวังว่าทั้ง 3 ประเทศจะช่วยจับตาดูอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทย ด้วยตอนนี้เองสถานการณ์โควิด-19 และหลายๆอย่าง ที่รัฐบาลไทยอยากทำให้เรื่องนี้มันดูเงียบๆไปด้วยก็เลยอยากจะยิ่งขยายเรื่องนี้ให้มันยังดังอยู่ตลอดเวลา เพราะเพื่อนเราที่อยู่ในเรือนจำยังไม่ได้รับความยุติธรรม

“ส่วนตัวไม่ได้กังวลที่อาจจะถูกขังเช่นเดียวกับเพื่อนๆ ถ้าหากถูกขังก็อย่างที่เคยบอก ว่ามันก็เป็นสิ่งที่คอยตอกย้ำให้รู้ว่าในประเทศเรามันเหลือความยุติธรรมอยู่แค่ไหน และมันยิ่งตอกย้ำให้ต่างชาติและทั่วโลกได้รู้ด้วยว่า ณ ตอนนี้ รัฐบาลไทยได้ใช้และบังคับกฎหมายโดนการปิดกั้นเสรีภาพประชาชน ในการแสดงออกทางการเมือง ยังยืนยันว่าสิ่งที่ทุกคนออกมาพูด ออกมาแสดงความคิดเห็นนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ตามระบอบประชาธิปไตยไม่ควรมีใครถูกขัง เพราะพวกเขาคิดต่างจากรัฐเท่านั้น”

สำหรับการดูแลความปลอดภัยทางตำรวจได้จัดกำลังมาคอยดูแลความเรียบร้อยตามปกติ ไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นแต่อย่างใด