Sunday, 28 November 2021

ลงทุนอะไรในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากโควิด-19 – โพสต์ทูเดย์ คอลัมนิสต์การเงิน-หุ้น

30 Apr 2020
312


ลงทุนอะไรในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากโควิด-19

วันที่ 30 เม.ย. 2563 เวลา 07:35 น.

คอลัมน์ Healthy Wealth โดย… เสาวลักษณ์ คำวิลัยศักดิ์ บลจ.เอ็มเอฟซี

องค์กรการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2563 จะหดตัว -3.3% (yoy) และเศรษฐกิจไทยหดตัว -6.7% (yoy) สะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกและไทยมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักฉับพลันจากมาตรการปิดเมืองในช่วงเวลานี้ การลงทุนจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาค่อนข้างสูง นักลงทุนควรพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ดังนี้

1. เงินสด เงินฝากธนาคาร หรือกองทุนตลาดเงิน ช่วงเวลาที่นักลงทุนมีความไม่มั่นใจต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุน ก็อาจจะถือเงินสด เงินฝากธนาคาร หรือกองทุนตลาดเงินไว้ก่อน เพราะเงินสดสามารถรักษาอำนาจการซื้อขาย และมีสภาพคล่องสูงเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็สามารถนำเงินสดไปลงทุนได้ แต่อย่าลืมว่าการถือเงินสด เงินฝากธนาคาร หรือกองทุนตลาดเงิน ให้ผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ลงทุนอื่นที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และไม่สามารถชนะเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว

2. ตราสารหนี้ แบ่งเป็นภาครัฐและภาคเอกชน ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ธนาคารกลางจะลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้การลดดอกเบี้ยทำให้มูลค่าของตราสารหนี้สูงขึ้น นักลงทุนควรเลือกลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวมากกว่าระยะสั้น เนื่องจากราคาตราสารหนี้ระยะยาวจะปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าทำให้มีกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital gain) มากกว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในครั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยของหลายประเทศอยู่ในระดับต่ำ ทำให้การปรับลดดอกเบี้ยจากวิกฤติรอบนี้อาจมีขนาดน้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ในขณะที่การใช้มาตรการคลังจำนวนมหาศาลรัฐบาลต้องก่อหนี้และออกพันธบัตรเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาใช้จ่าย ดังนั้นจึงมี โอกาสน้อยที่พันธบัตรรัฐบาลจะให้ผลตอบแทนดีเหมือนกับช่วงเศรษฐกิจถดถอยในอดีต ในส่วนการลงทุนในตราสารหนี้เอกชนมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ

3. หุ้นสามัญ เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ผลประกอบการของบริษัทจะลดลง ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลง ช่วงภาวะถดถอยในอดีต หุ้นกลุ่ม Defensive มักปรับตัวลดลงน้อยกว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ เนื่องจากมีความผันผวนของรายได้น้อยกว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ หุ้นกลุ่ม Defensive อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) กลุ่มบริการด้านสุขภาพ (Healthcare) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Staple) อย่างไรก็ตามวิกฤติเศรษฐกิจในรอบนี้แตกต่างจากครั้งก่อน เพราะเกิดจากการปิดเมืองให้ประชาชนอยู่บ้าน (Lockdown) เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และส่งเสริมการทำงานที่บ้าน (Work from Home) ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักอย่างฉับพลัน ไม่ได้เกิดจากภาวะฟองสบู่แตกในสถาบันการเงินหรืออสังหาริมทรัพย์ เหมือนวิกฤติเศรษฐกิจในหลายครั้งที่ผ่านมา นักลงทุนควรพิจารณาหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ Lockdown ได้แก่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี(Technology) เช่น ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เนต ผู้ให้บริการจัดการข้อมูล ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นต้น และกลุ่มธุรกิจที่มีการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) เช่น ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์และชำระเงิน ธุรกิจให้บริการออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ สาธารณสุข หรือ การสันทนาการ เป็นต้น

4. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (REIT) ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย และดอกเบี้ยอยู่ในระดบต่ำ กองทุนที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างตราสารหนี้และหุ้นสามัญจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เพราะมีรายได้ของค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอมีกำไร (ขาดทุน) จากส่วนต่างราคา และมีกลุ่มธุรกิจประเภท REIT ที่ได้รับประโยชน์จากการเว้นระยะห่างทางสังคมและการทำงานที่บ้าน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้ารวมถึงการขนส่งสินค้าที่ซื้อขายออนไลน์และกลุ่มศูนย์ข้อมูลได้รับประโยชน์ แม้ว่ากลุ่มสำนักงาน ค้าปลีก โรงแรมจะได้ผลกระทบกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาดรอง ราคาจึงอาจผันผวนตามสภาวะตลาด และในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงอาจจะกระทบต่อรายได้ของกองทุน

5. ทองคำ เป็นสินทรัพย์ที่ราคาเคลื่อนไหวตรงข้ามกับทิศทางเศรษฐกิจ ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยราคาทองคำจะปรับตัวขึ้น เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นสินทรัพย์ที่รักษามูลค่า และไม่เสื่อมสภาพ

ในทุกสถานการณ์ย่อมสร้างโอกาสในการลงทุน นักลงทุนสามารถจัดสรร (Asset Allocation) และกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ลงทุนหลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและช่วยให้อัตราผลตอบแทนเป็นไปตามเป้าหมายในการลงทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในภาวะที่มีความผันผวนสูงอาจส่งผลทั้งด้านบวกและด้านลบที่สุดขั้ว ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ใด นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์นั้นๆ สามารถลงทุนโดยตรงหรือเลือกลงทุนผ่านบริษัทจัดการกองทุนที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในการลงทุน โดยขอคำแนะนำผ่านผู้แนะนำการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน