Saturday, 23 October 2021

ลิทัวเนียแนะปชช.เลิกใช้มือถือจีน อ้างมีระบบตรวจจับข้อความ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

22 Sep 2021
41


ลิทัวเนียแนะปชช.เลิกใช้มือถือจีน อ้างมีระบบตรวจจับข้อความ

วันที่ 22 ก.ย. 2564 เวลา 14:18 น.

หน่วยงานด้านไซเบอร์ของรัฐบาลลิทัวเนียพบสมาร์ทโฟนจากจีนสามารถตรวจจับและเซ็นเซอร์ข้อความ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ากระทรวงกลาโหมของลิทัวเนียแนะนำให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการซื้อสมาร์ทโฟน Xiaomi ของจีน สำหรับผู้ที่ใช้งานอยู่แล้วแนะนำให้เลิกใช้ หลังรัฐบาลรายงานพบข้อกังวลเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์

โดยหน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของรัฐบาลลิทัวเนียแถลงว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของยักษ์ใหญ่อย่าง Xiaomi มีความสามารถในการตรวจจับและเซ็นเซอร์บางคำ อาทิ “Free Tibet”, “Long live Taiwan independence” ซึ่งเป็นการสนับสนุนอิสรภาพของทิเบตและไต้หวัน ตลอดจนคำว่า “democracy movement” หรือขบวนการประชาธิปไตย

รายงานดังกล่าวเผยว่าแม้ความสามารถข้างต้นของสมาร์ทโฟนรุ่น Mi 10T 5G จาก Xiaomi นั้นถูกปิดสำหรับภูมิภาคสหภาพยุโรป แต่สามารถเปิดใช้งานจากระยะไกลได้ทุกเมื่อ

มาร์กิริส อาบูเควิซิอุส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมลิทัวเนียกล่าวว่า “คำแนะนำของเราคืออย่าซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่จากจีน และหากมีอยู่แล้วให้กำจัดโดยเร็วที่สุด”

ด้านบริษัท Xiaomi ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างลิทัวเนียและจีนไม่ค่อยดีนัก โดยเมื่อเดือนที่แล้วจีนเรียกร้องให้ลิทัวเนียถอนเอกอัครราชทูตในกรุงปักกิ่ง และกล่าวว่าจะเรียกคืนทูตจีนประจำกรุงวิลนีอุสด้วย หลังจากที่ไต้หวันประกาศว่าจะเปิดสำนักงานผู้แทนในลิทัวเนีย โดยใช้ชื่อว่า “สำนักงานผู้แทนไต้หวัน” ซึ่งตามปกติแล้วการตั้งสำนักงานของไต้หวันในยุโรปและสหรัฐจะใช้ชื่อว่า “ไทเป”

ส่งผลให้รัฐบาลจีนไม่พอใจและมองว่าเป็นการบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของจีน เนื่องจากจีนกล่าวมาตลอดว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน

ก่อนที่จีนจะออกมาตรการคว่ำบาตรสินค้านำเข้าหลายรายการจากลิทัวเนีย โดยอ้างว่าสินค้าได้รับการจัดการเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืชที่ไม่ได้มาตรฐาน

ด้านเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอิงกริดา ซิโมนีเต ของลิทัวเนียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมเน้นย้ำว่าจะให้การสนับสนุนเมื่อลิทัวเนียเผชิญแรงกดดันจากจีน

REUTERS/Valentyn Ogirenko