Sunday, 28 November 2021

หมออังกฤษส่งคืน 250 เครื่องช่วยหายใจเมดอินไชน่าไร้คุณภาพ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

02 May 2020
194


หมออังกฤษส่งคืน 250 เครื่องช่วยหายใจเมดอินไชน่าไร้คุณภาพ

วันที่ 02 พ.ค. 2563 เวลา 14:30 น.

หมออังกฤษขอส่งคืนเครื่องช่วยหายใจ”เมดอินไชน่า” หลังพบไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงอันตรายต่อคนไข้โควิด

เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า วันที่30 เมษายนที่ผ่านมา บรรดาแพทย์อาวุโสในหน่วยสาธารณะสุขแห่งชาติอังกฤษ (NHS) จากเวตส์มิดแลนด์จากเขียนจดหมายถึงนายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ เกี่ยวกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยของเครื่องช่วยหายใจเมดอินไชน่าที่รัฐบาลอังกฤษเป็นผู้สั่งซื้อและนำเข้าจากจีน เพื่อให้ในการรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรนา

รายงานระบุว่า เครื่องช่วยหายใจรุ่น Shangrila 510 จำนวน 250 เครื่อง ผลิตโดยบริษัท Beijing Aeonmed Co. Ltd หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ของจีน ถูกส่งมาถึงยังอังกฤษตามคำสั่งซื้อของรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในจดหมายที่บรรดาแพทย์อังกฤษแสดงความกังวลระบุว่า การทำงานขั้นพื้นฐานของเครื่องที่เป็นระบบจ่ายอ๊อกซิเจนนั้นไม่มีความเสถียร และไม่มีความปลอดภัยเพียงพอต่อการใช้งานในโรงพยาบาลเพื่อรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา ต่างจากเครื่องช่วยหายใจจากบริษัทที่ผลิตในกลุ่มสหภาพยุโรป อีกทั้งฟิลเตอร์กรองอากาศภายในเครื่องก็ยากแก่การทำความสะอาด โดยแพทย์อังกฤษระบุว่า ดูเหมือนเครื่องรุ่นนี้ถูกออกแบบเพื่อเหมาะแก่การใช้ในรถพยาบาลมากกว่าการใช้กับคนไข้ในโรงพยาบาล ทั้งยังหวังให้รัฐบาลรีบดำเนินการเปลี่ยนเครื่องช่วยหายใจล็อตนี้เป็นรุ่นที่ดีกว่า ที่เหมาะสมกับการใช้งานกับผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล

หลังเกิดรายงานเรื่องดังกล่าว สำนักบริหารงานหน่วย NHS ของอังกฤษได้ชี้แจงผ่านสื่อว่า เครื่องช่วยหายใจรุ่นดังกล่าวจะไม่ถูกนำออกมาใช้งานในโรงพยาบาลในขณะนี้ โดยจะมีการทดสอบคุณภาพของเครื่องอย่างละเอียดว่าได้มาตรฐานตามระเบียบของNHSหรือไม่ ก่อนจะถูกส่งไปใช้งานตามโรงพยาบาลในเครือข่าย NHS ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เพียงไม่กี่วันหลังเครื่องช่วยหายใจล็อตดังกล่าวเดินทางมาถึงอังกฤษ นายไมเคิล โกฟ เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้กล่าวในการแถลงข่าวขอบคุณทางการจีนที่ช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ดังกล่าวตามคำสั่งซื้อของอังกฤษ โดยอังกฤษยังได้สั่งซื้อเครื่องช่วยหายใจอีกล็อตจากสวิตเซอร์แลนด์และในเยอรมนี ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่าไม่พบปัญหาด้านการใช้งานแต่อย่างใด

https://www.theguardian.com

แฟ้มภาพ : AFP