Wednesday, 20 October 2021

อังกฤษทุ่มแทงม้าเปิดประเทศ ไม่สนเดลตาระบาดหนัก – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

03 Jul 2021
35


อังกฤษทุ่มแทงม้าเปิดประเทศ ไม่สนเดลตาระบาดหนัก

วันที่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

โลกกำลังจับตามองอังกฤษ หลังจากเตรียมแผนเดินหน้าเปิดประเทศในขณะที่เชื้อสายพันธุ์เดลตาทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอีกครั้ง

จากนี้อีกราว 1 สัปดาห์แฟนฟุตบอลกว่า 60,000 คนจะไปรวมตัวกันที่สนามเวมบ์ลีย์ในกรุงลอนดอนเพื่อชมฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป และนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ก็เตรียมจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์สกัด Covid-19 ที่ยังเหลืออยู่ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ชาวอังกฤษเรียกว่า “วันเสรีภาพ”

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นจะเกิดขึ้นในประเทศที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อของวันที่ 2 ก.ค. อยู่ที่ 27,125 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนถึง 52%

The New York Times ระบุว่า การตัดสินใจเปิดประเทศของอังกฤษแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูงถือเป็นความเคลื่อนไหวที่กล้าหาญมาก และจะได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสหรัฐและทั่วสหภาพยุโรป (EU) ว่า ประเทศที่ประชากรวัยผู้ใหญ่ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นส่วนใหญ่สามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับ coronavirus ได้หรือไม่? 

“โลกกำลังจับตาดูอังกฤษเพื่อดูว่าการอยู่กับ Covid-19 ในประเทศที่ฉีดวัคซีนมากจะเป็นอย่างไร” เทวี ศรีธาร์ หัวหน้าโครงการสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยเอดินบะระเผย “ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเราจะรู้ว่าพวกเขาพนันถูกหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเราจะมีคนเข้าโรงพยาบาลเยอะมากอีกรอบหนึ่ง” 

ศรีธาร์แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติในอังกฤษแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากประเทศที่ล็อกดาวน์ยาวนานที่สุดในกลุ่มประเทศร่ำรวย (467 วัน นับจนถึงวันที่ 3 ก.ค.) สู่ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุด และกำลังจะเปิดประเทศในเร็วๆ นี้ 

ศรีธาร์บอกว่ามาตรการล็อกดาวน์เหล่านี้มีความจำเป็น เพราะอังกฤษไม่เคยห้ามการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาที่โรงพยาบาลจะท่วมท้นไปด้วยผู้ป่วย 

ตอนนี้ชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่ได้รับวัคซีนครบทั้งสองโดสแล้วถึง 62% นักวิทยาศาสตร์เผยว่านี่คือช่วงเวลาแห่งการทดสอบความยืดหยุ่นของวัคซีนในสังคมที่กลับมาเปิดอีกครั้ง หากสัญญาณที่มีแนวโน้มดียังคงอยู่ อังกฤษอาจบรรลุเป้าหมายที่ต้องการคือ การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ด้วยการฉีดวัคซีนไม่ใช่ด้วยการปล่อยให้ประชาชนติดเชื้อ

ประสบการณ์ของอังกฤษสะท้อนแนวทางของออสเตรเลีย ซึ่งสั่งปิดพรมแดนเพื่อสกัด Covid-19 ให้ตัวเลผู้ติดเชื้อเป็น 0 แต่ออสเตรเลียฉีดวัคซีนให้ประชากรน้อย และเมื่อสายพันธุ์เดลตาระบาดในประเทศ ออสเตรเลียก็พบข้อเสียของการปิดประเทศและยังต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง

ขณะที่อังกฤษพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขผู้ที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลหรือผู้เสียชีวิตมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในจุดนี้นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการระดมฉีดวัคซีนในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรในกลุ่มเสี่ยง ช่วยป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อหรือการป่วยหนัก

ด้วยเหตุนี้ผู้นำอังกฤษจึงกล้าเดินหน้าเปิดประเทศในวันที่ 19 ก.ค.นี้ หลังจากที่เลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งเพราะความกังวลเรื่องสายพันธุ์เดลตา และยังแย้มว่าชาวอังกฤษที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วอาจได้เดินทางเที่ยวในยุโรปในช่วงฤดูร้อนโดยไม่ต้องมีข้อจำกัดมากมาย

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะการเดินทางท่องเที่ยวของชาวอังกฤษจะต้องขึ้นอยู่กับว่าประเทศปลายทางนั้นๆ พร้อมจะเปิดรับชาวอังกฤษหรือไม่ และจนถึงตอนนี้หลายประเทศยังปิดประตู่ใส่อังกฤษ อาทิ อิตาลีและเยอรมนีที่กำหนดให้คนที่เกินทางมาจากอังกฤากักตัว สหรัฐห้ามคนที่ถือพาสปอร์ตอังกฤษเข้า

ขณะที่การเจรจาเปิดการท่องเที่ยวระหว่างกันระหว่างอังกฤษกับสหรัฐก็ชะงัก และอังกฤษยังมีมาตรการยุ่งยากสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ รวมทั้งสหรัฐ

สตีเวน ฟรอยด์แมนน์ ประธานสถาบันการเดินทางและการท่องเที่ยวเผยว่า “เรามีความเสี่ยงกับพวกเขามากกว่าที่พวกเขามีความเสี่ยงกับเรา มันค่อนข้างประหลาดที่เรามีข้อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ”

บททดสอบของอังกฤษในการกลับไปสู่การใช้ชีวิตตามปกติมาพร้อมกับการแข่งขันฟุตบอลยูโร

ขณะนี้ทางการอังกฤษยังไม่อนุญาตให้แฟนกีฬาเข้าชมเต็มความจุของสนามเวมบ์ลีย์ที่เป็นเจ้าภาพในนัดที่อังกฤษดวลกับเยอรมนีและอีกหลายๆ นัด โดยกำหนดให้เข้าสนามได้เพียง 22,000 คนจากความจุ 90,000 คน หรือ 2 ใน 3 ของความจุ

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า แฟนฟุตบอลที่รวมตัวจำนวนมาก ไม่ว่าในสนามแข่ง ผับบาร์ หรือพื้นที่แฟนโซน จะทำให้สายพันธุ์เดลตาระบาดไปทั่วยุโรป

ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสกอตแลนด์เผยว่า มีคนเกือบ 2,000 คนมีผลตรวจ Covid-19 เป็นบวกหลังรวมตัวกันเพื่อชมเกมต่างๆ โดยในจำนวนนี้ 2 ใน 3 เดินทางเข้ากรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.เพื่อชมเกมที่สกอตแลนด์แตะกับอังกฤษ

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ของอังกฤษยืนยันว่าจะรักษามาตรการป้องกัน Covid-19 ที่สนามเวมบ์ลีย์อย่างเข้มงวด โดยผู้เข้าชมต้องมีผลตรวจ Covid-19 เป็นลบ หรือฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว โดยต้องฉีดเข็มที่ 2 แล้วอย่างน้อย 14 วันก่อนเข้าชมเกม

Photo by TOBY MELVILLE / POOL / AFP