Friday, 16 February 2024

อัปเดตวิกฤตโควิด ล่าสุดคร่าชีวิตชาวโลก 250,000 รายแล้ว – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

05 May 2020
489


อัปเดตวิกฤตโควิด ล่าสุดคร่าชีวิตชาวโลก 250,000 รายแล้ว

วันที่ 05 พ.ค. 2563 เวลา 09:43 น.

แต่มีสัญญาณที่ดีขึ้นในประเทศที่เกิดการระบาดรุนแรงที่สุดในโลก

ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วโลกมีมากถึง 250,000 รายแล้ว ส่วนติดเชื้อสูงถึง 3.5 ล้านคน แต่สัญญาณที่ดีเกิดขึ้นในสหรัฐประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด เนื่องจากนิวยอร์กรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อยที่สุดตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมและแคลิฟอร์เนียเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ 

ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในยุโรปเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์เช่นกัน เช่น อิตาลีเริ่มเปิดเศรษฐกิจใหม่อีกครั้งหลังจากปิดมา 2 เดือน แต่นายกรัฐมนตรีของอิตาลีก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังเข้มงวดและระแวดระวังจนเกินไป ส่วนรสเปนก็เริ่มผ่อนคลายล็อคดาวน์เช่นกันหลังปิดเมืองนานหลายสัปดาห์

อัปเดตสถานการณ์

1. สหรัฐยังคงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงกว่าประเทศอื่นๆ ถึงแม้ว่าการเสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนที่แล้วโดยสถิติล่าสุดเสียชีวิต 1,015 รายใน 24 ชั่วโมง

2. รัสเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 10,000 รายเป็นวันที่สอง Sergei Sobyanin นายกเทศมนตรีกรุงมอสโกกล่าวกับประชาชนว่า “ภัยคุกคามกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” 

3. สเปนและโปรตุเกสสั่งให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคนเมื่อใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์เพื่อรองรับมาตรการปลดล็อคการปลดล็อคเพิ่มเติม

4. สโลวีเนีย, โปแลนด์และฮังการีอนุญาตให้พื้นที่สาธารณะและธุรกิจเปิดบริการได้บางส่วน

5. แม้สหรัฐจะตัดความช่วยเหลือแต่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังสามารถระดมทุนได้  8,100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนความพยายามของนานาชาติในการพัฒนาและผลิตวัคซีนเพื่อชะลอการแพร่กระจายของไวรัส

6. ผู้นำของมหาอำนาจสำคัญในยุโรป, ญี่ปุ่น และแคนาดาบริจาคเงินก้อนใหญ่ช่วย WHO มากที่สุดพร้อมกับมหาเศรษฐีอย่าง บิลและเมลินดาเกตส์ พร้อมเรียกร้องให้มีการร่วมมือกันและไม่ใช่การแข่งขันกันเพื่อค้นหาวิธีการรักษา

7. สหรัฐแสดงท่าทีแก้หน้าที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนร่วมกับการระดมทุน โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ประกาศว่าสหรัฐกำลังเป็นผู้นำในการตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก และกล่าวว่าได้ใช้เงินมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญพร้อมกับบริษัทยาต่างๆ ในสหรัฐเพื่อคิดค้นวัคซีน

Photo by Shaukat Ahmed / AFP