Wednesday, 20 October 2021

เปิดประเทศดูความพร้อม”จุรินทร์”ชี้ศก.-โควิดต้องสมดุล – โพสต์ทูเดย์ ข่าวการเมือง


เปิดประเทศดูความพร้อม”จุรินทร์”ชี้ศก.-โควิดต้องสมดุล

วันที่ 18 ก.ย. 2564 เวลา 13:13 น.

“จุรินทร์” ยัน “รัฐบาลมีเสถียรภาพ” การเปิดประเทศนับหนึ่งแล้ว! ต้องดูความพร้อม-เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ย้ำ “เศรษฐกิจกับโควิดต้องสมดุล”

เมื่อวันที่ 18ก.ย.64 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่กรุงเทพย่านตลิ่งชันภายใต้ภารกิจ “จุรินทร์ ออนทัวร์ กรุงเทพมหานคร” โดยวัยนี้นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่อกรณีการเปิดประเทศ โดยเฉพาะใน กทม.วันที่ 15 ต.ค. นี้

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องถือว่าได้มีการนับหนึ่งไปแล้ว เพียงแต่เป็นการทยอยเปิดในพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีความเหมาะสม ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดคือ ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ และสมุยพลัส ซึ่งได้มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ซึ่งในช่วง 2 เดือน นับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – สิ้นเดือนสิงหาคม มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาภูเก็ต 31,000 กว่าคน แต่ประเด็นใหญ่ก็คือ เมื่อเราคิดจะขยายจากภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ไปเป็นอันดามันแซนด์บอกซ์ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวที่มาพักภูเก็ตครบ 7 วันแล้วเดินทางต่อไปยังพังงา กับกระบี่ ยังเป็นเรื่องที่จะต้องเร่งขยายผลให้บรรลุเป้าหมายต่อไป แม้จังหวัดพังงาจะพร้อมแล้วในบางพื้นที่ที่กำหนดไว้ เช่น เขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ หรือจังหวัดกระบี่ ที่เกาะไหง ไร่เลย์ เกาะพีพี แต่ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 31,000 กว่าคน ที่เดินทางไปยังพังงา กระบี่ ยังมีจำนวนน้อย เป็นตัวเลขเพียงหลักร้อย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จะเป็นการบ้านสำหรับทุกฝ่ายที่จะต้องช่วยกันกระจายนักท่องเที่ยวจากภูเก็ตต่อไปยังพังงา กระบี่ต่อไป

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุด้วยว่า ภารกิจที่ควรจะได้เดินหน้าต่อคือ การนำจังหวัดระนองเข้ามารวมกับอันดามันแซนด์บอกซ์ โดยเฉพาะเกาะพยาม ซึ่งหลังจากได้รับเรื่องจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดระนองที่เห็นว่า เกาะพยามมีความเหมาะสม และตนได้ดูเบื้องต้นแล้วก็เห็นว่ามีความเหมาะสม อีกทั้งใช้จำนวนวัคซีนไม่มาก เพียงหลักพันโด๊สเท่านั้น ก็สามารถเปิดเกาะพยามได้ จึงได้แจ้งเรื่องนี้ต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทราบแล้ว ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้นำเรื่องนี้ไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาพื้นที่อื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน เป็นต้น

“การเปิดประเทศได้ดำเนินการอยู่แล้ว และได้นับหนึ่งมาแล้วตั้งแต่ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ต่อไปจะมีพื้นที่ไหนอีก เช่น กรุงเทพมหานคร อันนี้ก็จะต้องมีการพิจารณาร่วมกันระหว่างรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพ เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ เวลา ศบค. จะเคาะว่าจะเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวตรงไหนก็ฟังความเห็นผู้ว่าราชการด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นกรุงเทพ ถ้าจะถามว่าจะเปิดเมื่อไหร่ ก็ต้องอยู่ที่ความเห็นร่วมที่จะได้มีการพูดคุยกันต่อไป หลักของการเปิดประเทศยังมีอยู่ เพราะท่านนายกประกาศเป็นนโยบายไปแล้ว แต่จะเปิดตรงไหนอย่างไรก็ต้องดูความพร้อม ความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่เป็นกรณี เป็นพื้นที่ไป โดยดูเศรษฐกิจ กับโควิดให้เกิดความสมดุลกัน ให้สามารถดูแลทั้งสองเรื่องได้ในเวลาเดียวกัน” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้ “จุรินทร์ออนทัวร์” รุกหนักมาก เป็นสัญญาณของการยุบสภาหรือจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องยุบสภานั้ยตอบอะไรล่วงหน้าไม่ได้แต่เราไม่ได้เพิ่งมาออนทัวร์เดี๋ยวนี้ “จุรินทร์ออนทัวร์” “ประชาธิปัตย์ออนทัวร์” ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีแล้วและเราจะทำต่อไปในทุกพื้นที่ ทุกภาคทั่วประเทศ เพราะการทำหน้าที่ของรัฐบาลต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มี “จุรินทร์ ออนทัวร์ อันดามัน” ส่วนวันนี้ก็เป็นอีกครั้งในกรุงเทพ เขตตลิ่งชัน อย่างไรก็ตามโดยเฉพาะในช่วงโควิดระบาดยิ่งต้องดูแลใส่ใจพี่น้องประชาชน โดยปลายเดือนนี้ “จุรินทร์ออนทัวร์” จะได้ไปภาคเหนือใน 4 – 5 จังหวัดอีกด้วย

ทั้งนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเสถียรภาพรัฐบาลด้สยว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างน้อยวันนี้ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ยังเดินหน้าต่อไปได้ และเสียงการลงคะแนนต่างๆก็ยังถือว่าเป็นเสียงข้างมากอยู่ ซึ่งรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสม เพราะฉะนั้นแต่ละพรรคการเมืองที่เป็นทั้งแกนนำ และเป็นพรรคร่วมก็จะต้องดูแลพรรคตัวเองเป็นด้านหลัก ถ้าแต่ละพรรคมีเสถียรภาพก็จะส่งผลต่อรัฐบาลผสมให้มีเสถียรภาพตามไปด้วย

“ และเป็นเรื่องธรรมดาที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบรัฐบาล ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เพิ่งผ่านไป ก็จะตรวจสอบในรูปแบบอื่นก็ทำได้ เดี๋ยวนี้ฝ่ายค้านก็ตั้งกระทู้ถามอยู่แล้ว และ ส.ส. ฟากรัฐบาลก็ทำหน้าที่ผู้แทน ก็มีการตั้งกระทู้ถาม มีการเสนอญัตติ ซึ่งถือเป็นการตรวจสอบรูปแบบหนึ่ง จะเพิ่มเติมรูปแบบอื่นก็สามารถทำได้ ไม่เป็นไร” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว