Tuesday, 7 December 2021

“เผ่าภูมิ”เปรียบศก.ยุคโควิดเหมือน “ตกเหว 3 ระยะ” เตือนรัฐหยุด”แช่แข็งประเทศ” เกินจำเป็น


“เผ่าภูมิ”เปรียบศก.ยุคโควิดเหมือน “ตกเหว 3 ระยะ” เตือนรัฐหยุด”แช่แข็งประเทศ” เกินจำเป็น

วันที่ 25 เม.ย. 2563 เวลา 09:22 น.

รองเลขาพรรคเพื่อไทย เปรียบเศรษฐกิจยุคโควิดเหมือน “ตกเหว 3 ระยะ” เตือนรัฐหยุดทำก้นเหวให้ลึกเกิน ด้วยการ “แช่แข็งประเทศ” เกินจำเป็น

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดจะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังคงใช้มาตรการแช่แข็งประเทศหรือปิดเมืองต่อไปว่า ตนไม่เห็นด้วย การปิดเมืองเสมือนการผลักให้เศรษฐกิจตกเหว ซึ่ง “ความลึกก้นเหวขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของการปิดเมือง” ทั้งนี้สามารถแบ่งการตกเหวและแนวทางการรับมือ แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 : “ตกเหว” หรือระยะปัจจุบัน เป็นภาวะที่ธุรกิจเล็กใหญ่ รวมถึงแรงงานได้รับแรงกระแทก จากการหยุดผลิต หยุดจ้างงานในวงกว้าง ในช่วงนี้เป็นปัญหาที่ด้าน “อุปทาน” มาตรการในช่วงนี้ก็ต้องเป็นเพื่อลดความเสียหายของภาคอุปทาน คือป้องกันการล้มตายของธุรกิจ การตกงานจำนวนมหาศาลของแรงงาน และการลามถึงระบบการเงิน เหมือนการส่งเชือกช่วยคนที่กำลังหล่นลงเหว เพื่อทำให้ธุรกิจล้มน้อยที่สุด คนตกงานน้อยที่สุด การกระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นกำลังซื้อยังไม่ใช่ในระยะนี้ นี่ยังไม่ใช่เวลาของ “ภาคอุปสงค์” แต่ต้องเป็นการรองรับ “ภาคอุปทาน” ให้อยู่รอด และประชาชนไม่อดตาย

ระยะที่ 2 : “ก้นเหว” หรือจุดต่ำสุด ตราบใดที่ยังปิดเมืองอยู่ ก็ยังไม่ถึงก้นเหว “ยิ่งปิดนาน ก้นเหวยิ่งลึก” ธุรกิจและแรงงานในธุรกิจ ก็จะหล่นจากที่สูงแรงขึ้น ก็จะตายเกลื่อนมากขึ้น และการฟื้นตัวจะยิ่งยากเป็นทวีคูณ ตรงนี้คือหัวใจ ในปัจจุบัน “มาตรการเข้มงวดทางสาธารณสุข” น่าจะเข้ามาแทนที่ “มาตรการเข้มงวดทางเศรษฐกิจ” ได้แล้ว ทั้งนี้ลักษณะของการฟื้นตัว จะขึ้นอยู่กับว่าก้นเหวมันลึกขนาดไหน เราปิดเมืองนานขนาดไหน และสภาพที่ก้นเหวล้มตายกันมากขนาดไหน หากก้นเหวไม่ลึก การฟื้นตัวจะเร็วเป็นฟื้นแบบตัว V หากเหวลึก มาตรการต่างๆ รองรับไม่ไหว จะฟื้นแบบตัว U ซึ่งใช้เวลานาน หรือถ้าธุรกิจตายเกลื่อน ลามถึงระบบการเงิน ก็แย่เลย อาจไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย หรือเป็นแบบตัว L

ระยะที่ 3 : “ปีนขึ้นจากเหว” หรือระยะฟื้นตัว ระยะนี้ “ภาคอุปสงค์” จะกลับมาเป็นหัวหอกในการฟื้นตัว เรื่องของกำลังซื้อ จะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ มาตรการต่างๆ จะต้องเป็นในเชิงกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อ ให้คนมาจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยว ให้คนกลับมาทำมาหากิน ภาคธุรกิจจึงจะมีอุปสงค์มารองรับอุปทานที่เริ่มฟื้นตัว “แต่รัฐบาลพึงระลึกเสมอว่าการกระตุ้นภาคอุปสงค์จะไร้ค่า หากภาคอุปทานตายกันหมด ในระยะที่ 1-2”

จะเห็นว่า หัวใจมันอยู่ที่ “ความลึกของเหว” และมาตรการที่รองรับระหว่างการตกเหว หากเหวลึกมาก ปิดเมืองนาน มาตรการต่างๆไม่มีทางรับไหว ซึ่งตรงนี้อันตราย จึงอยากเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า “อย่าทำก้นเหวให้ลึกเกิน ด้วยการแช่แข็งประเทศไปเรื่อยๆ เกินความจำเป็นเลย”