Saturday, 23 October 2021

เลขาฯ “อนุทิน” อัด “วิโรจน์” อำมหิตด้อยค่าวัคซีนจนคนกลัว


เลขาฯ “อนุทิน” อัด “วิโรจน์” อำมหิตด้อยค่าวัคซีนจนคนกลัว

วันที่ 08 ก.ค. 2564 เวลา 19:58 น.

เลขาฯ”อนุทิน” ซัด “วิโรจน์” อำมหิต ด้อยค่าวัคซีนจนคนกลัวไม่ฉีด เสี่ยงป่วยหนัก- เสียชีวิต ยันซิโนแวค ไม่ได้ไร้มาตรฐาน ขอหยุดหวังผลประโยชน์การเมือง

เมื่อวันที่ 8ก.ค.64 จากกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ทวีตเตอร์ ระบุว่า คนที่เห็นแก่ตัว ไม่ใช่แพทย์พยาบาลที่ฉีด Sinovac 2 เข็ม แล้วไปฉีด Pfizer กระตุ้นภูมิ คนที่เอา “วัคซีนเชื้อตาย” Sinovac มาฉีดให้กับแพทย์พยาบาลด่านหน้าต่างหาก ที่เห็นแก่ตัว

ล่าสุด นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การที่ภาครัฐจัดหาวัคซีนโควิด 19 มาให้บุคลากรทางการแพทย์ ถือเป็นการแก้ไขสถานการณ์ หากนายวิโรจน์ติดตามข่าวสาร และไม่ความจำสั้นจนเกินไป น่าจะคิดได้ว่าสถานการณ์ในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ไทยต้องเผชิญการรระบาดหนักที่ จ.สมุทรสาคร และเชื้อเริ่มกระจาย วินาทีนั้น ไทยได้เข้าสู่สนามรบแล้ว แพทย์ พยาบาล ซึ่งเปรียบเหมือน ทหารต้องการชุดเกราะอย่างเร่งด่วน ถามว่านายวิโรจน์จะรีรอได้หรือไม่ คำตอบคือ นายวิโรจน์ อาจจะรอ จะเลือกชุดเกราะที่ถูกใจ เป็นชุดเกราะเทพ ที่อาจไม่มีจริงด้วยซ้ำ แล้วระหว่างรอ ทหารโดนยิงตายเป็นใบไม้ร่วง แต่สำหรับรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขนั้นรอไม่ได้ ที่สุดแล้ว ได้พยายามเสาะหาวัคซีนเข้ามา แต่หลายยี่ห้อติดเงื่อนไขเรื่องเวลาการจัดส่ง ที่มาช้า ไม่ทันสถานการณ์ ก็ได้ซิโนแวค ที่พร้อมส่ง เพราะได้รับการช่วยเหลือจากทางทูตจีน และกว่าจะได้มา ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการเจรจา เพราะเป็นวัคซีนที่มีความต้องการจากทั่วโลก คนทำงาน ทำงานกันหนัก คนที่สักแต่วิจารณ์ ทำงานด้วยปาก ย่อมไม่รู้ความเหน็ดเหนื่อยของคนที่ลงมือทำ

สำหรับวัคซีนซิโนแวค เป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ไทยไม่เลือกของไร้มาตรฐานมาบริการพี่น้องประชาชน และนักรบชุดขาวแน่นอน ล่าสุด ผลการศึกษาจากการใช้งานจริงใน จ.สมุทรสาคร จ.เชียงราย และ จ.ภูเก็ตออกมาแล้ว มีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อระหว่าง 70% – 80% เช่นเดียวกับป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้จริง การนำวัคซีนเข้ามาให้บริการกับทีมแพทย์จึงไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวแน่นอน และสมควร ให้กำลังใจกับคณะจัดหาวัคซีนด้วยซ้ำ เพราะการดีลวัคซีนให้จบ และได้ของภายในเวลา 1 เดือนนั้น ถือว่าเกือบจะเป็น Mission Impossible ก็ว่าได้

“คุณอาจจะเห็นคนเห็นแก่ตัว แต่ตอนนี้ผมเห็นคนใจบาปสุดอำมหิต ที่เอาเรื่องวัคซีนที่รัฐจัดหามาให้บริการประชาชนซึ่งสามารถป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้จริง มาด้อยคุณค่า มาสร้างความหวาดกลัว เพื่อหาประโยชน์ทางการเมือง จนกระทั่งประชาชนไม่กล้าฉีดวัคซีน ทำให้ประชาชน มีความเสี่ยงที่จะป่วยหนัก และเสียชีวิต ชั่วโมงนี้ ผมขอร้อง ให้พักเรื่องการเมืองไปก่อน ขอให้ทำงานกันอย่างสร้างสรรค์ ขอให้ร่วมมือร่วมใจช่วยประเทศไทยคุมโรค”