Thursday, 21 October 2021

ไวรัสกินปอดจนไม่สามารถชำระหนี้ได้เกิน 90 วัน หรือ 3 งวด


ไวรัสกินปอดจนไม่สามารถชำระหนี้ได้เกิน 90 วัน หรือ 3 งวด

วันที่ 05 ก.ค. 2564 เวลา 06:56 น.

ไวรัสกินปอดจนไม่สามารถชำระหนี้ได้เกิน 90 วัน หรือ 3 งวด ทำให้ลูกหนี้รายนั้นกลายเป็นหนี้ NPL

คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่ายๆ ตอนที่ 29/2564 โดย…สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

ในวันนี้ผู้เขียนคงจะมาขอเล่าเรื่องในฐานะที่อยู่ในเหตุการณ์?และร่วมคิดร่วมผลักดันมาตรการ การแยกแยะและกระบวนการชี้เป้าผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสกินปอดจนไม่สามารถชำระหนี้ได้เกิน 90 วัน หรือ 3 งวด ทำให้ลูกหนี้รายนั้นกลายเป็นหนี้ NPL…ที่มาที่ไปของเรื่องมีดังนี้

1. บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เริ่มเห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ก่อตัวขึ้นมาหลังการประกาศปิดบ้านปิดเมืองเต็มรูปแบบในเดือนเมษายน 2563 ถ้าจำกันได้ธนาคารกลางได้ออกมาตรการมารองรับแบบฉุกเฉินเร่งด่วน เพราะคาดได้ว่าผลกระทบจะแรงมาก

2. ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ด SME) กรรมการผู้แทนหลายฝ่ายรวมทั้งท่านเลขานุการรองนายกรัฐมนตรี?ในขณะนั้นก็มีความเป็นห่วงมาก ได้มีการตั้งวงคุยกันหน้าห้องหลังการประชุมว่า คนที่เป็นหนี้เสียเพราะโควิด-19 ควรต้องแยกออกมาจากคนที่เป็นหนี้เสียตามธรรมชาติ เพื่อออกมาตรการช่วยเขาเหล่านั้นให้กลับมาให้มากที่สุด เราคงช่วยทั้งหมดไม่ได้ แต่ถ้ารีบก็จะมีเป้าหมายชัด (Clear Targeting) หาไม่แล้วมันจะเป็นแผลทางเศรษฐกิจ

3. เครดิตบูโรจึงกลับมาคิดและเสนอว่า ถ้าลูกหนี้รายนั้นไม่เคยค้างเลยในทุกบัญชีที่เขาเป็นหนี้กับสถาบันการเงินย้อนหลังลงไปจากเดือนเมษายน 2563 เป็นระยะเวลา 24 เดือนหรือ 24 งวดก็น่าจะถือว่าเขาเป็นลูกค้าที่ดี แต่หลังจากเดือนเมษายน 2563 เป็นต้นมาเขาเริ่มค้างชำระ และกลายเป็น NPL เช่นธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น เหตุเพราะเดี๋ยวก็มีกฎกติกามากระทบจากมาตรการป้องกันทางสาธารณสุขที่จำเป็นเป็นระยะจนขาดสภาพคล่อง

4. ท่านผู้บริหารนโยบายในขณะนั้นจึงผลักดันให้มีการตั้งเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อส่งต่อให้เป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปออกประกาศรองรับการกำหนดรหัสไว้กับบัญชีสินเชื่อที่มีลักษณะเป็น NPL เนื่องจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ระบาด

5. โชคร้ายเหมือนฟ้าผ่า มีการยกเลิกการประชุมและทีมเศรษฐกิจในเวลานั้น ลาออกยกชุด เรื่องนี้จึงตกจากเครื่องบิน แต่ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ได้มีการผลักดันเป็นข้อเสนออีกครั้งในระดับนโยบาย และทางเครดิตบูโรก็ดำเนินการตั้งเรื่องตามกระบวนการจากล่างสู่บนผ่านฝ่ายงานที่กำกับดูแลเครดิตบูโร ซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลือเต็มที่ กระบวนการรับฟังความเห็น กระบวนการทั้งหลายที่ต้องทำในการออกประกาศ?ราชการที่กำหนดไว้ก็มาเพียบ

6. เมื่อเรื่องถูกผลักดันจากสมาคมตัวแทนลูกหนี้มาบรรจบกับการทำงานจากล่างสู่บน ในเดือนมิถุนายน 2564 ประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตจึงคลอดออกมาได้โดยระบุใจความสำคัญว่า … ให้สถาบันการเงินพิจารณาว่าบัญชีสินเชื่อของลูกหนี้รายใดที่มีการผิดนัดเกิน 90 วันหรือบัญชี NPL นั้นหากเกิดจากการได้รับผลกระทบจากไวรัสตัวร้ายและการชำระหนี้ของบัญชีนั้นในอดีตนับแต่สิ้นปี 2562 ลงไปไม่เคยผิดนัดชำระเลย 12 เดือน ก็ให้ติดรหัส 21 แทนที่จะเป็น 20 ซึ่งเป็นรหัสเดิมของบัญชีที่เป็น NPL ด้วยสาเหตุต่างๆ นานา…

สิ่งที่เราจะได้เห็นชัดในเชิงข้อมูลคือ บัญชีสินเชื่อของลูกหนี้รายใดเป็นหนี้เสียเพราะผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เหมือนผลกระทบจากน้ำท่วม เหมือนการแยกแยะบัญชีที่มีการพักชำระหนี้จะทำให้มีการคัดแยกปลาป่วยออกจากน้ำ จะได้เอาปลาป่วยไปรักษาในตู้ปลาที่ใส่ยาแยกต่างหาก เพราะลูกหนี้เหล่านั้นคือผู้ประสบภัยทางเศรษฐกิจตัวจริงเสียงจริง เขาพร้อมค้าขาย เขาอยากสู้ต่อ เขามีภาระลูกน้องลูกจ้างต้องดูแล เขาไม่อยากแบมือขอ เขามีฝีมือ เขามีตัวตนในระบบเศรษฐกิจรากฐานของประเทศเรา และเขาคือนักสู้ตัวจริงที่ไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากการผูกขาด ตัดตอน มีอำนาจตลาดแอบแฝงใดๆ เขาคือคนในระบบ…ใครจักใคร่ค้า ช้างค้า ใครจักใคร่ค้า ม้าค้า…

ท่านผู้อ่านครับ กว่าเราจะได้เครื่องมือมาช่วยแยกแยะเป้าหมายชัดเจนต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปีในยามสงครามโรคระบาดและผู้คนทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันทำต่างไม่ท้อมันจึงเกิดขึ้นได้ เราต่อสู้กับระบบ ขั้นตอน กติกาที่สร้างกันมาแต่อดีตด้วยสมองคนที่บอกเหตุผลต่างๆ นานา บางครั้งเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่รู้สึกรู้สากับความเดือดร้อน เพื่อให้เร็วทันในการช่วยคนเป็นหนี้จากสงครามโรคระบาดจากไวรัสโควิด-19 ก็ไม่รู้ว่า “เราชนะ หรือเราแพ้”

ตอนนี้เราก็มาเจอกับดักตัวที่สองคือ การจะให้ความช่วยเหลือด้วยการใส่สภาพคล่องกับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ต้องฝ่าด่านคำว่า ลูกหนี้รายนั้น “ต้องยังพอมีศักยภาพ” ซึ่งผู้เขียนก็มาเจอเอากับข่าวที่มีการสื่อสารออกมาจากแหล่งข่าวในแวดวงการเงินความว่า

… การดูว่ามีศักยภาพไหม สถาบันการเงินก็จะดูว่าลูกค้ามีความสามารถในการหารายได้แค่ไหน ถามว่าแล้วธุรกิจอย่างร้านอาหาร ที่เดี๋ยวก็ต้องปิด หรือเปิดแบบไม่ให้นั่งทานที่ร้านจะคำนวณรายได้อย่างไร หรือกลุ่มโรงแรมจะคำนวณรายได้อย่างไร เพราะยังบอกไม่ได้เลยว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาวันไหน เงื่อนไขแบบนี้เขียนไว้เพราะไม่อยากให้ลูกหนี้ที่ไม่ดีเข้ามาขอใช้สินเชื่อ สรุปก็คือ ลูกหนี้กลุ่มสีส้ม กับสีแดง ก็ไม่สามารถกู้ได้เหมือนเดิม

ทั้งนี้ หากจะช่วยผู้ประกอบการกลุ่มสีส้ม หรือสีแดง (ผู้เขียนคิดว่าก็คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก และเป็นกลุ่มหนี้เสีย) ก็จะต้องแก้ไขเงื่อนไขในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดังกล่าวด้วย โดยต้องเขียนใหม่ว่า “ให้สภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19” เพราะหากไม่ผ่อนเกณฑ์ ก็คงไม่มีแบงก์ไหนกล้าปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มสีส้ม และสีแดง ส่วนกลุ่มสีเขียว สีเหลือง ก็จะมีแค่กลุ่มส่งออกที่ธุรกิจไปได้ในช่วงนี้

ผู้เขียนพยายามจะสื่อให้เห็นภาพว่า กับดักที่เราช่วยกันสร้างขึ้นมาในยามเศรษฐกิจ?หน้าตาแบบหนึ่งจะเพื่อความมั่นคง เสถียรภาพ หรือเพื่อความรอบคอบ รัดกุม เข้มข้น มันอาจดีและเป็นคำตอบที่ถูกในบริบทวันนั้น แต่วันนี้ขาหนึ่งกำลังสู้กับไวรัสโควิด-19 ซึ่งไม่มีสมองเพื่อหยุดความสูญเสียในชีวิต การเจ็บป่วย ทำไมเรายอมเสี่ยงกับการใช้วัคซีนที่ยังอยู่ในระยะทดลอง ขนาดลิงยังบอกว่า ให้มนุษย์ทดลองให้จบก่อนค่อยมาฉีดฉัน แต่ในอีกด้านหนึ่งของสงครามเศรษฐกิจ เรากำลังใช้กระบวนการตามขั้นตอน กฎกติกา Kick the can down the road หรือไม่ ท่ามกลางผู้คนเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นมาแล้ว

ไม่มีทางที่เราจะได้ผลลัพธ์ที่ต่างและใหม่ด้วยการใช้กระบวนการเก่าและเดิม ที่คนทำงานทั้งราษฎร์และหลวงก็รู้ดีแก่ใจว่าไม่น่าจะใช่…

ขอย้ำว่านี่คือความเห็นส่วนตน มิใช่ความเห็นขององค์กรที่ผู้เขียนสังกัดอยู่แต่อย่างใดขอบคุณครับ