Wednesday, 8 December 2021

CWTขายหุ้นกู้300ล้านบาท – โพสต์ทูเดย์ หุ้น

27 Apr 2020
276


CWTขายหุ้นกู้300ล้านบาท

วันที่ 27 เม.ย. 2563 เวลา 20:00 น.

CWT เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 300 ล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนรายใหญ่-ผู้ลงทุนสถาบัน

บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT เตรียมเปิดให้จองซื้อหุ้นกู้ CWT ครั้งที่ 1/2563 ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ในช่วงวันที่ 13 – 18 พฤษภาคม 2563 เพื่อเสนอขายให้กับผู้ลงทุนรายใหญ่และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 นี้

โดยจะเสนอขายหุ้นกู้จำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 300,000 หน่วย มูลค่าหุ้นกู้ที่เสนอขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้รองรับการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท รวมถึงใช้ชำระคืนหุ้นกู้ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจ

CWT หรือ “ผู้ออกหุ้นกู้” ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ระดับ BB+/Stable โดยบริษัท ทริส เรทติ้ง จำกัด แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยหุ้นกู้ของ CWT กำหนดผลตอบแทนด้วยอัตราดอกเบี้ย 5.80% ต่อปี มีอายุ 2 ปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ จองซื้อขั้นต่ำ 100 หน่วย หน่วยละ 1,000 บาท

CWT ดำเนินธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์หนัง และธุรกิจในกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจด้านพลังงานเพื่อผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และธุรกิจออกแบบและจัดจำหน่ายยานพาหนะประเภทเรือและรถโดยสารขนาดเล็กที่ผลิตด้วยอลูมิเนียม

โดยที่ผ่านมา CWT ลงทุนในกลุ่มบริษัทเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เห็นได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่เริ่มรับรู้รายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการลงทุนในธุรกิจต่อเรือ ต่อรถโดยสารขนาดเล็กที่จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมั่นใจว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะไม่มีผลกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมากลุ่มโรงไฟฟ้าของบริษัทในกลุ่มยังได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการโครงการบริหารจัดการและการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชน เทศบาลนครสวรรค์ และจะมีการพัฒนาเป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะชุมชนตามนโยบายของภาครัฐต่อไป แสดงให้เห็นว่ากลุ่มบริษัทยังคงมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นคงในธุรกิจระยะยาวต่อไปในอนาคต