Thursday, 21 October 2021

Moderna พบหลักฐานภูมิลดเมื่อฉีดไปแล้วหลายเดือน หนุนฉีดเข็ม 3 – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก

19 Sep 2021
19


Moderna พบหลักฐานภูมิลดเมื่อฉีดไปแล้วหลายเดือน หนุนฉีดเข็ม 3

วันที่ 17 ก.ย. 2564 เวลา 15:00 น.

Moderna เผยผลการทดลองบ่งชี้ว่าภูมิคุ้มกันมีแนวโน้มลดลงเมื่อฉีดวัคซีนไปนานกว่า 6 เดือน

รอยเตอร์สรายงานว่าบริษัท Moderna ผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 เปิดเผยข้อมูลใหม่จากการทดลองพบว่าภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนลดลงเมื่อระยะเวลาผ่านไปนานกว่า 6 เดือน สนับสนุนแนวคิดในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือบูสเตอร์ ซึ่งทางบริษัทได้ขออนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

สตีเฟน โฮก ประธานบริษัทคาดการณ์จากข้อมูลดังกล่าวว่าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้อาจมีผู้ติดเชื้อในสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 600,000 คนเนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ลดลง แต่ไม่ได้คาดการณ์ถึงจำนวนผู้ป่วยที่อาจมีอาการรุนแรง

ข้อมูลเปิดเผยว่าประชาชนที่ได้รับวัคซีน Moderna ในช่วง 13 เดือนก่อน มีอัตราการติดโควิด-19 สูงกว่ากลุ่มที่รับวัคซีนไปแล้วประมาณ 8 เดือน

โดยบริษัทได้ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างกว่า 14,000 คนที่ได้รับวัคซีนในช่วงเดือนก.ค. ถึงเดือนต.ค. 2020 เปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างราว 11,000 คนที่ได้รับวัคซีนช่วงเดือนธ.ค. 2020 ถึงเดือนมี.ค. 2021

โดยได้ทำการศึกษาในช่วงเดือนก.ค. ถึงเดือนส.ค. ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 สายพันธุ์เดลตากำลังระบาดหนักในสหรัฐ พบว่า กลุ่มที่ฉีดวัคซีนทีหลังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 88 คน ขณะที่กลุ่มที่ฉีดวัคซีนไปก่อนหน้านั้นมีผู้ติดเชื้อ 162 คน

แม้ว่าจะมีผู้ป่วยอาการหนักเพียง 19 คนจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด แต่ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนไปนานแล้วมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อมากกว่า

โฮกกล่าวว่า “ในช่วงเวลา 6 เดือนแรกวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ไม่สามารถวางใจได้ว่ามันจะคงอยู่ถึงปีหนึ่งหรือนานกว่านั้น”

Moderna เชื่อว่าการฉีดบูสเตอร์จะสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นกว่าการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ และมีโอกาสที่ภูมิคุ้มกันจะยังคงอยู่ไปจนถึงช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปีหน้า ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ทางการหาทางยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยโดย Moderna ขัดแย้งกับงานวิจัยหลายชิ้นก่อนหน้านี้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัคซีน Moderna มีประสิทธิภาพในการป้องกันยาวนานกว่าวัคซีนของ Pfizer/BioNTech ซึ่งเป็นวัคซีนชนิด mRNA เช่นเดียวกัน

ขณะที่ องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) จะต้องพิจารณาอีกครั้งว่าประสิทธิภาพในการสร้างภูมิกันของวัคซีน Moderna ลดลงจริงหรือไม่ จึงจะอนุมัติให้มีการฉีดบูสเตอร์ได้

Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP